
ออม
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลยนะ
โนฮาว : รถติดสุดๆ
ปูกะตอย : ยังไม่ชินอีกเหรอ ฝนตก รถติดเป็นของคู่กรุงเทพฯ
โนฮาว : จะแก้ปัญหายังงัยดี
ปูกะตอย : ก็ต้องขับรถอย่างมีวินัย รับรองแก้ปัญหาได้นะ
โนฮาว : จริง ว่าแต่ว่าจะทำได้มั้ย
ปูกะตอย : ไม่รู้สิ เอ่อพอดีไปงานสัมมนามา มีคนหนึ่งถามวิทยากรว่า การออมเงินมีกี่แบบ แล้วไอ้คำว่าออม แบ่งยังงัย
โนฮาว : เป็นคำถามที่ดีมาก แม้ว่าเราทุกคนจะรู้จักคำว่าออมกัน แต่เอาเข้าจริงๆ อาจจะแยกประเภท การออมไม่ออกก็ได้
ปูกะตอย : ยังงัย
โนฮาว : จากข้อมูลของแบงก์ชาติ แยกคำว่าออมออกได้เป็น 4 อย่าง อย่างแรก ออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน ทุกคนควรมีจำนวนเท่ากับรายจ่ายประจำ 6 เดือน เพื่อเก็บไว้ใช้ในกรณีเจ็บป่วย หรือมีเหตุให้ต้องใช้เงินก้อนอย่างเร่งด่วน
ปูกะตอย : ต่อเลย
โนฮาว : ออมเพื่อเติมฝัน เป็นการออม 15 ปี เพื่อนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องการ เช่น ท่องเที่ยว ซื้อของที่อยากได้ หรือบริจาคเพื่อสังคม ถัดมาเป็นการออมเพื่อวัยเกษียณ เป็นการออมระยะยาวเพื่อใช้จ่ายเมื่อพ้นวัยทำงาน และมีเพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพ ทำกิจกรรมเพื่อความสุขในชีวิตและลดภาระของลูกหลาน
ปูกะตอย : สุดท้ายล่ะ
โนฮาว : ออมเพื่อการลงทุน เป็นการนำเงินออมไปลงทุนให้งอกเงย เช่น ซื้อหุ้น ซื้อกองทุนรวม ซื้อพันธบัตร ซึ่งควรเลือกการลงทุนที่เหมาะสมภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ปูกะตอย : ดูเหมือนง่าย แต่พอลงมือทำยากน่าดู
โนฮาว : ถูกต้อง
ปุกะตอย : แต่เราทำได้นะ
โนฮาว : แต่บางคนทำไม่ได้นะสิ โดยเฉพาะออมเอาไว้ยามฉุกเฉิน กับออมเพื่อการลงทุน ส่วนใหญ่ก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยเก็บ สุดท้ายก็ไม่เคยทำอะไรเลย
ปูกะตอย : ถูกต้อง แต่ตอนนี้ขอตัวก่อนนะ บ๊าย บาย







