posttoday
คลังส่งนาโนไฟแนนซ์แก้หนี้คนจน

คลังส่งนาโนไฟแนนซ์แก้หนี้คนจน

08 สิงหาคม 2557

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความปรารถนาอยากเห็นหนี้ครัวเรือนไทยลดลง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความปรารถนาอยากเห็นหนี้ครัวเรือนไทยลดลง จึงมอบให้กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ไปศึกษาหาวิธีมาเสนอ

การแก้ไขหนี้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะหนี้คนจนนั้นจำเป็นที่จะต้องหาแหล่งเงินให้กลุ่มคนรากหญ้าเหล่านี้เพื่อไม่ให้หันไปใช้บริการหนี้นอกระบบ

ก่อนหน้านี้คลังได้ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ศึกษาให้ว่ามีทางใดบ้าง ซึ่ง ธปท.เสนอให้ทำไมโครไฟแนนซ์ เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ อาจจะทำโดยธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่ง ธปท.ยังได้เปิดให้นิติบุคคลสามารถยื่นขออนุญาตปล่อยกู้รายย่อยได้ แต่มีผู้มายื่นขอใบอนุญาตเพียง12 รายเท่านั้น

เมื่อไมโครไฟแนนซ์ยังไม่ตอบสนองการเข้าถึงแหล่งเงินของประชากรกลุ่มรากหญ้าได้ ทางกระทรวงการคลังจึงเสนอแนวคิดนาโนไฟแนนซ์ออกมา หลักการและวิธีไม่แตกต่างจากไมโครไฟแนนซ์ที่ ธปท.เสนอ

ความแตกต่างอยู่ที่วงเงินที่ให้ลูกค้ากู้ ไมโครไฟแนนซ์ให้กู้สูงสุดที่ 2 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ไม่เกิน 28% แต่นาโนไฟแนนซ์ให้กู้สูงสุด 1 แสนบาท คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดได้ 36% ซึ่งยังต่ำกว่าหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยเกิน 100% ต่อปี

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ขณะนี้ สศค.ได้เสนอแนวทางการเข้าถึงสินเชื่อรายย่อยสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยและไม่มีหลักประกัน ในรูปของสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (NanoFinance) หาก คสช.อนุมัติ ก็สามารถออกประกาศกระทรวงการคลังจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อยได้เลย เพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ไม่ให้บริการด้านสินเชื่อ เพราะมองว่าไม่คุ้มค่าต่อต้นทุนในการบริหารความเสี่ยง และต้นทุนในการดำเนินการ เช่น การวิเคราะห์สินเชื่อ และการติดตามทวงหนี้ เป็นต้น

รูปแบบการให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ กำหนดให้เอกชนเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ในการกำกับดูแลให้การดำเนินธุรกิจมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมกับผู้รับบริการ ทั้งกำหนดให้เอกชนที่ต้องการจัดตั้งบริษัท จะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 10 ล้านบาท ปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 1 แสนบาท ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอต่อการใช้เป็นทุนหมุนเวียนให้รายย่อย คุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นบุคคลธรรมดา โดยจะมีหรือไม่มีหลักประกันในการกู้ก็ได้ และไม่ให้รับฝากเงิน ส่วนสาเหตุที่ให้มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพราะต้องการให้เอกชนมีความระมัดระวังในการให้สินเชื่อ เพราะเป็นเงินลงทุนของผู้ประกอบธุรกิจเอง

ขณะที่การกำหนดอัตราดอกเบี้ย ควรอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 36% ต่อปี เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น แต่ก็เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สร้างภาระกับผู้กู้มากเกินไป ซึ่งอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าอัตราสินเชื่อนอกระบบในปัจจุบันที่อยู่ที่ระดับ 72% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับการแก้หนี้นอกระบบของ คสช.และ พ.ร.บ.ทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรมด้วย

กฤษฎา กล่าวว่า การพิจารณาสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ให้สินเชื่อ ซึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นก็จะถูกชดเชยโดยการอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจคิดอัตราดอกเบี้ยได้สูงขึ้น โดยหลักการดังกล่าวทั้งหมดได้มีการหารือกับ ธปท.แล้ว ซึ่ง ธปท.ก็เห็นด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ก็จะเป็นการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้

แม้กระทรวงการคลังจะเสนอแนวทางการแก้ไขหนี้อย่างเป็นระบบ ทั้งแก้ไขกฎหมายและหาแหล่งเงินให้ประชาชน แต่ในความเป็นจริงการจะทำให้เกิดแรงจูงใจให้เจ้าหนี้นอกระบบมาจดทะเบียนเป็นเจ้าหนี้ในระบบยังมีไม่มากพอ เพราะเจ้าหนี้นอกระบบนั้นไม่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องอยู่ใต้กฎเกณฑ์การทวงหนี้ของรัฐ ดังนั้นการจะเห็นบริษัทให้บริการนาโนไฟแนนซ์เกิดขึ้นคงไม่ง่าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท