
ไทยสบช่องตีตลาดไหมจีน
คู่ค้าหันซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากไทยปั้นแบรนด์ไทยซิลค์ยกระดับสินค้าขั้นสูง
คู่ค้าหันซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากไทยปั้นแบรนด์ไทยซิลค์ยกระดับสินค้าขั้นสูง
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จับมือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดันไหมไทยสู่ตลาดโลก ให้แบรนด์เนมหรูเลือกใช้ ให้ได้ในปี 59 หวังสร้างแบรนด์ ไทย ชิลค์ ติดตลาดคนทั่วโลก
ไทยสบโอกาสชิงตลาดไหมจีน มุ่งยกระดับสู่ “โอต์ กูตูร์” พร้อมปั้นแบรนด์ ไทย ซิลค์ บุกโลก
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมไหมไทยมีโอกาสเติบโตมากในตลาดโลก เพราะขณะนี้ประเทศผู้ผลิตสำคัญอย่างประเทศจีน มีปัญหาเรื่องการผลิตไหม ทำให้คู่ค้าประเทศต่างๆ หันมาสั่งซื้อสินค้าผ้าไหมไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันจีนยังไม่สามารถผลิตไหมได้คุณภาพสูงเท่าไทย สอดรับกับแนวโน้มของตลาดโลก ที่ต้องการไหมที่มีคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ประเมินว่าการส่งออกไหมไทยไปตลาดโลกในปีนี้จะเติบโต 10% จากการส่งออกในปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมมากกว่า 18.53 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดหลักส่งออกไหมไทย ได้แก่ ประเทศสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น
นางสุทธินีย์ กล่าวว่า สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ทำโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยสู่ศูนย์กลางผ้าไหมในตลาดโลก เพื่อร่วมผลักดันไหมไทยให้เป็นสินค้าระดับสูง (โอต์ กูตูร์) ที่แบรนด์เนมทั่วโลกใช้ภายในปี 25592560 พร้อมกับมุ่งสร้างแบรนด์ ไทย ซิลค์ ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าทั่วโลก
สำหรับแนวทางการพัฒนาไหมไทยสู่ตลาดโลกนั้น จะมุ่งทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มไหมไทยจากอัตลักษณ์ที่โดดเด่น การกำหนดเทรนด์ไหมไทยให้สอดคล้องกับตลาดโลก และการจัดทำคู่มือไหมไทยร่วมสมัยฤดูกาล ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว 20152016 และฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน 2016 พร้อมกับส่งเสริมและคัดเลือกผู้ประกอบการไหมไทยไปร่วมงานโชว์ ชื่อ “Premiere Vision” ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมไหมไทยสู่สินค้าแบรนด์เนมระดับโลก
อย่างไรก็ตาม การไปร่วมงาน “Premiere Vision” ที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปีนี้พบว่ามีแบรนด์เนมระดับโลกหลายรายสนใจสั่งไหมไทยมาผลิตสินค้าจำนวนมาก จึงส่งผลดีต่อผู้ประกอบการสามารถขยายตลาด พัฒนาสินค้า และมีรูปแบบสินค้าตรงความต้องการของเทรนด์ในโลกเพิ่มขึ้น โดยตลาดที่ประเทศฝรั่งเศสถือเป็นแหล่งรวบรวมผ้าที่ดีที่สุดในโลก และมีแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังในโลกจำนวนมาก
นางศิริรัตน์ จิตต์เสรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้จัดโครงการโมเดิร์น ไทย ซิลค์ เพื่อมุ่งสร้างไหมไทยร่วมสมัยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม ได้แก่ สิ่งทอ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มสำหรับชายและหญิง และสิ่งทอเครื่องประดับและตกแต่ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ไหมไทยออกสู่ต่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันการทำอาชีพเลี้ยงไหม ถือเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงมากในตลาด เพราะในขณะนี้การผลิตไหมไทยมีไม่เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรม







