posttoday
เสนอรัฐปรับวิธีสมทบกบข.

เสนอรัฐปรับวิธีสมทบกบข.

07 สิงหาคม 2557

อายุน้อยออมมากขยับลงทุนเสี่ยงขึ้นชี้ช่วยเพิ่มเงินเกษียณแต่รัฐไม่ต้องเพิ่มงบ

อายุน้อยออมมากขยับลงทุนเสี่ยงขึ้นชี้ช่วยเพิ่มเงินเกษียณแต่รัฐไม่ต้องเพิ่มงบ

นักวิชาการ เสนอรัฐเปลี่ยนวิธีสมทบ กบข.ช่วยเพิ่มเงินเกษียณ ชี้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าทีมผู้วิจัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในการนำเสนอผลวิจัยหัวข้อการออมเพื่อการเกษียณอายุใน “SEC Working Papers Forum ครั้งที่ 1” ว่า เสนอให้ภาครัฐปรับ เปลี่ยนวิธีการส่งเงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จากปัจจุบัน ที่รัฐจะสมทบในอัตราคงที่ 5% ของเงินเดือนข้าราชการมาเป็นสมทบอัตราสูงในช่วงแรกและค่อยๆ ปรับลดลง ซึ่งจากการวิจัยพบว่า วิธีการนี้ช่วยให้ข้าราชการมีเงินออมเพื่อวัยเกษียณมากขึ้นกว่าเดิม

“ในการวิจัยกำหนดให้ภาครัฐจ่ายเงินสมทบเริ่มที่ 7% ของเงินเดือน และค่อยๆ ลดลงจนเหลือ 4% ในช่วงใกล้เกษียณ โดยเมื่อกับบวกกับเงินสะสมของสมาชิก กบข.อีก 3% จะทำให้สมาชิกมีอัตราการออม สูงถึง 10% ในช่วงต้นของวัยทำงานและลดเหลือ 8% ช่วงก่อนเกษียณ ซึ่งวิธีนี้ทำให้เงินออมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่เริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อยสามารถเพิ่มเงินออมได้ประมาณ 2.7 แสนบาท” นางพรอนงค์ กล่าว

นอกจากนี้ การจ่ายเงินสมทบที่สูงในช่วงต้นและค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ นั้น ภาครัฐยังคงใช้เงินงบประมาณจำนวนเท่าเดิม แต่สาเหตุที่ทำให้เงินออมของสมาชิก กบข.เพิ่มขึ้น เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลาที่นานขึ้น

นางพรอนงค์ กล่าวว่า นโยบายการลงทุนที่ปรับสัดส่วนตามอายุช่วยให้สมาชิก กบข. ที่อายุไม่มากมีผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าการลงทุนตามแผนหลักของ กบข. ขณะที่สมาชิกที่อายุมากจะมีความเสี่ยงในการลงทุนลดลง

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่า กบข.จะเปิดให้สมาชิกได้เลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงวัยของแต่ละคน แต่พบว่าสมาชิก กบข.ประมาณ 95% ยังคงอยู่ในแผนหลัก ที่มีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 40% เท่านั้น ซึ่งไม่แตกต่างจากผลการศึกษาในต่างประเทศ ที่พบว่าสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญจะเมินเฉยต่อการเลือกแผนลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ต้องการปรับเปลี่ยน ไม่สนใจที่จะเลือกแผนที่สอดคล้องกับตัวเอง และไม่มีความรู้ความเข้าใจการลงทุนจึงไม่กล้าเลือกแผนการลงทุนอื่น” นางพรอนงค์ กล่าว

นางพรอนงค์ กล่าวอีกว่า แผนการลงทุนที่ปรับสัดส่วนลงทุนตามอายุโดยอัตโนมัติจะเหมาะกับผู้ออมที่ขาดความรู้ทางการเงิน และมีพฤติกรรมเฉื่อยชา ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

“ทีมวิจัยมีข้อเสนอแนะว่า ผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการออมเพื่อเกษียณอายุควรกำหนดกรอบ และคุณสมบัติ ของแผนลงทุนหลักที่มีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ สามารถสะท้อนถึงทัศนคติ และการยอมรับความเสี่ยงได้ของสมาชิกแต่ละราย หรือครอบคลุมสมาชิกโดยส่วนใหญ่ได้ ซึ่งผลการวิจัยที่ได้น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการออม และการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุได้ดีขึ้น” นางพรอนงค์ กล่าว

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ประเด็น “การออมเพื่อการเกษียณอายุ” ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอในงานสัมมนา SEC Working Papers Forum ครั้งที่ 1 นั้น เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้อง ร่วมกันเตรียมความพร้อม ทั้งการกำหนดนโยบาย การออกผลิตภัณฑ์ การสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญ

“ผลการศึกษานี้แนะแนวทางเพื่อไปประยุกต์กับการพัฒนากลยุทธ์สร้างแรงจูงใจให้ผู้ออมเพิ่มเงินออมมากกว่าที่กำหนด และเลือกลงทุนสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ให้ได้รับประสิทธิผลจากเงินออม ที่ดีขึ้น และเพียงพอสำหรับชีวิตวัยเกษียณ รวมทั้งส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องผล ตอบแทนการลงทุน” นายวรพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน