
CGSติดปีกแปลงโฮลดิ้งจบ
ทำธุรกิจหลากรูปแบบแชร์ค้าหุ้นวูบBLSยอดบัญชีพุ่ง/ค่าคอมพ์เหนือตลาด
ทำธุรกิจหลากรูปแบบแชร์ค้าหุ้นวูบBLSยอดบัญชีพุ่ง/ค่าคอมพ์เหนือตลาด
CGS แปลงเป็นโฮลดิ้ง ต.ค.นี้ สร้างความยืดหยุ่นทำธุรกิจ ด้าน BLS ครึ่งปียอดเปิดบัญชีใหม่พุ่ง
นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างให้เป็นโฮลดิ้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยจะเพิกถอน บล.คันทรี่ กรุ๊ป ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนและนำบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้ง เข้า จดทะเบียนแทน ซึ่งประเมินว่าภายหลังการปรับให้เป็นโฮลดิ้งแล้ว สัดส่วนธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จะลดเหลือ 6070% ที่เหลือจะเป็นธุรกิจอื่น โดยให้ความสนใจพลังงานและสื่อสาร
“เมื่อปรับเป็นโฮลดิ้งจะทำให้บริษัทมีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถลงทุน ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเวนเจอร์แคป ปิตอล หรือแม้แต่ธุรกิจหลักทรัพย์สามารถเปิดรับกรณีมีโบรกเกอร์พันธมิตรต่างประเทศขอร่วมทุนได้” นายชนะชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทขณะนี้ ลดเหลือมาอยู่ที่ 2.8% เป็นผลมาจาก เจ้าหน้าที่การตลาดถูกดึงตัวไปกว่า 100 คน โดยภายในปีนี้บริษัทจะพยายามรักษา ระดับส่วนแบ่งการตลาดให้อยู่ในระดับ 3%
นอกจากนี้ เตรียมจะรุกลูกค้าสถาบันมากขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 1% จากการส่งออร์เดอร์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน เอ็มเอฟซี โดยตั้งเป้าหมายอยากเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันให้เป็น 20% ภายใน 3 ปีข้างหน้า
ด้านภาวะการซื้อขายในตลาดหลัก ทรัพย์ CGS ยังคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ ที่ 1,550-1,600 จุด พร้อมคาดว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ไทยจะอยู่ที่ 3.54 หมื่นล้านบาท/วัน โดยหากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามกำหนดการ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติให้กลับมาในตลาดหุ้นไทยได้เร็วขึ้น
นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) กล่าวว่า บริษัทไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตัวเลข ส่วนแบ่งนายหน้า แต่จะให้ความสำคัญกับการมุ่งขยายฐานลูกค้ามากกว่า โดยช่วง 6 เดือนแรกมีบัญชีเปิดใหม่กับบริษัท 2 หมื่นบัญชี ทำให้ยอดบัญชีรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนบัญชี คิดเป็น 11.5% ของบัญชี ทั้งหมดของทั้งตลาดที่มีกว่า 1 ล้านบัญชี
นอกจากนี้ ยังพบว่าบัญชีที่มีการซื้อขายสม่ำเสมอ หรือ 1 ครั้ง/1 เดือน มีจำนวน 5 หมื่นบัญชี ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับทั้งตลาดมียอดการซื้อขาย สม่ำเสมอ 3 แสนบัญชี
ทั้งนี้ BLS นับเป็นโบรกเกอร์ที่มีลูกค้ามาเปิดบัญชีมากที่สุดเวลาที่มีการ จัดกิจกรรมของตลาดหลักทรัพย์ ส่วนหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะบริการที่บริษัทมีให้กับลูกค้าทั้งเรื่องของโปรแกรมเทรด และล่าสุดการให้บริการ “Bualuang iTracker” รายงายวิเคราะห์ผลการลงทุนของลูกค้าผ่านเว็บไซต์
“ปัญหาของผู้ลงทุนส่วนใหญ่ลงทุนแล้วไม่มีวิธีวัดผลงานที่เป็นระบบ และ ไม่สามารถบอกได้ว่ากำไรหรือขาดทุน ของพอร์ตที่เกิดขึ้นมาจากอะไรและจะหาแนวทางปรับปรุงอย่างไร ทางบริษัท จึงพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเองโดยเริ่มให้บริการมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. พบว่ามีลูกค้ามาใช้บริการ 3.5 หมื่นบัญชี จากลูกค้าที่แอ็กทีฟ 5 หมื่นบัญชี” นายบรรณรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ดี จากการเก็บข้อมูลในช่วง 6 เดือน พบว่าลูกค้าของบริษัทที่ใช้บริการดังกล่าว มีกำไรโดยเฉลี่ย 3% ต่อรอบการลงทุน
ปัจจุบันบริษัทมีอัตราค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น)เฉลี่ยอยู่ที่ 0.19% สูงกว่าอุตสาหกรรม ที่มีค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 0.13-0.15% เนื่องจากบริษัทเน้นการให้บริการที่ครบวงจรมากกว่าจะแข่งขันเรื่องลดค่าคอมมิชชั่น
นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นขยายฐานลูกค้า ให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้สามารถบริหารพอร์ตได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่ใหญ่ โดยจะให้ คำแนะนำแก่นักลงทุนตามความเหมาะสมและความเข้าใจ







