
วิสัยทัศน์ สศค.2563การคลังโปร่งใส กระจายรายได้คนจน
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ กับการเป็นมันสมองขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน โดยการสัมมนาวิชาการของ สศค.ล่าสุด ได้ตั้งหัวข้อโจทย์ใหญ่ “เศรษฐกิจการคลังไทย : ความท้าทาย การปฏิรูป ความยั่งยืน”
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า ปัจจัยท้าเศรษฐกิจในอนาคต 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ความสามารถการแข่งขันด้านสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม
ที่ผ่านมาพบว่า เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สศค.คาดว่าเศรษฐกิจทั้งปี 2557 จะขยายตัวได้เพียง 2% ต่อปี แต่ไทยก็ยังมีจุดแข็งด้านเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำ 2.2% อัตราว่างงาน 1% และมีเสถียรภาพการคลังในสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ 46.6% ต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ไม่เกิน 60% ของจีดีพี ขณะที่ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศสูง 1.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าห่วงคือ “ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทย” ที่ลดต่ำลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากการจัดอันดับของ เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ในปี 2556 ไทยอยู่อันดับ 37 จากทั้งหมด 148 ประเทศ หรือเป็นอันดับสามในกลุ่มอาเซียน เป็นรองสิงคโปร์ ซึ่งอยู่อันดับ 2 และมาเลเซียในอันดับที่ 24
นอกจากนี้ WEF ยังจัดอันดับไทยด้อยเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การอำนวยความสะดวกด้านการค้า ทำให้คาดว่าระดับการพัฒนาประเทศไทยระดับนี้ ทำให้ต้องใช้เวลาอีกถึง 20 ปี ถึงจะขยับขึ้นเป็นประเทศที่มีรายได้ระดับสูง เมื่อเทียบกับมาเลเซียที่ใช้เวลาอีกแค่ 6 ปี รวมถึงไทยยังต้องร่วมประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งด้านเศรษฐกิจเป็น 1 ใน 3 เสาหลักที่ไทยต้องเข้าร่วมและต้องมีการเตรียมพร้อม
ด้านความท้าทายทางสังคม พบว่า ไทยมีปัญหาการกระจายรายได้ที่เรื้อรังและมีความรุนแรงมากขึ้น โดยคนส่วนยอดสุดของพีระมิดมีรายได้ถึง 25 เท่าของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย สศค.และประเทศที่จะแก้ปัญหานี้
สุดท้ายในประเด็นความท้าทายทางสิ่งแวดล้อม จะต้องผลักดันเศรษฐกิจที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตพร้อมกับการสร้างมลพิษอย่างมาก ในช่วงไม่กี่สิบปีมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า หรือมากกว่าสิงคโปร์ถึง 18 เท่า
กฤษฎา กล่าวว่า จากความท้าทายดังกล่าว สศค.จึงตั้ง “วิสัยทัศน์ 2020” ประกอบด้วยภารกิจที่สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืนไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง 2.ต้องสร้างรายได้ให้กับประเทศ และมีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม มีการสนับสนุนเศรษฐกิจที่รักษาสิ่งแวดล้อม และ 3.ต้องส่งเสริมภาคการคลังที่โปร่งใส
ที่ผ่านมา สศค.ได้ดำเนินการไปแล้วบางเรื่อง เช่น การประกันภัยพืชผลของเกษตรกร การปฏิรูปโครงสร้างภาษี รวมถึงผลักดัน พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น
นอกจากนี้ สศค.ยังอยู่ระหว่างการผลักดัน 3 เรื่อง ที่เป็นหัวข้อนำเสนอทางวิชาการ ประกอบด้วย 1. “International Headquarters เพื่อผลักดันการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค” ซึ่งเป็นการรองรับไทยเข้าสู่เออีซี และเป็นประเทศการค้าที่สำคัญของโลก 2. “เงินโอน แก้จน คนขยัน (Negative Income Tax)” สร้างความเป็นธรรมให้คนจนที่ควรได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ไม่ใช่โครงการประชานิยม และ 3. “การเงินยุคใหม่ เข้าถึง เข้าใจ คุ้มครองผู้ใช้บริการ” เพื่อสร้างช่องทางให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนดังกล่าวยังต้องคำนึงถึงภาระและสมดุลทางการคลังไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ สศค.ต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเงินการคลังประเทศโปร่งใส และใช้เงินของชาติอย่างคุ้มค่ามากที่สุด







