posttoday
รฟท.ขอนิติวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจเหตุโจรกรรม

รฟท.ขอนิติวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจเหตุโจรกรรม

06 สิงหาคม 2557

รถไฟขอแรงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจสอบเหตุโจรกรรมโทรศัพท์บนรถไฟ เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิดในโบกี้

รถไฟขอแรงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจสอบเหตุโจรกรรมโทรศัพท์บนรถไฟ เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิดในโบกี้

นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าร.ฟ.ท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานงานไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เพื่อให้ช่วยตรวจสอบการโจรกรรมโทรศัพท์แบบพกพาของผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่ 37 (กรุงเทพ – สุไหงโก-ลก) ในรถนั่งและนอนปรับอากาศแล้ว เนื่องจากทางสตช.มีเครื่องมือที่ตรวจสอบและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากกว่า คาดว่าจะทราบผลในไม่ช้านี้ ขณะเดียวกันได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ร.ฟ.ท.ไปทดสอบการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนรถไฟว่าสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ โดยประเมินประสิทธิภาพของระบบการตรวจจับภาพจากกล้องว่า กล้องลักษณะใดจึงจะมีความเหมาะสมที่สามารถนำมาติดตั้งได้ ประกอบกับเช็คจุดที่จะติดตั้งด้วยว่าแต่ละตู้โดยสารควรติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนตู้ละกี่ตัว และเมื่อสรุปผลได้แล้วจะนำมาติดตั้งนำร่องในตู้เลดี้โบกี้ก่อน 10 ตู้ ทั้งสายกรุงเทพ-อุบลราชธานี ,เชียงใหม่ หนองคายและสุไหงโกลก จากนั้นจึงจะขยายผลไปติดตั้งในตู้โดยสารประเภทอื่นๆ ต่อไป

"ส่วนงบประมาณที่จะต้องใช้ว่าเป็นจำนวนเท่าไรนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและประเมินว่าจะต้องมีจุดที่ติดตั้งจำนวนเท่าไร ใช้กล้องกี่ตัว จึงจะสรุปผลได้ว่าจะใช้งบประมาณจริงเท่าไร ทั้งนี้ การรถไฟฯจะต้องทำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารรถไฟทุกคนที่เข้ามาใช้บริการของเรา" นายประเสริฐ กล่าว

พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังหน่วยงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้เข้ามาช่วยตรวจพิสูจน์หาหลักฐานมีการรมยาสลบบนขบวนรถตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตหรือไม่ โดยขณะนี้ตำรวจรถไฟได้เก็บรวบรวมตัวอย่างหลักฐานบางส่วนที่อยู่ภายในตู้ที่เกิดเหตุเตรียมส่งให้สถาบันนิติวิทยาสาสตร์นำไปตรวจพิสูจน์แล้ว ประกอบด้วย ผ้าม่าน ผ้าปูเตียง ผ้าห่มและปลอกหมอที่อยู่ในภายในตู้ที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งประสานขอความร่วมมือเชิญตัวผู้โดยสารที่อยู่ภายในตู้ที่เกิดเหตุบางคนมาทำการตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเจือปนในปัสสาวะ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์แจ้งว่าหากมีการรมยาสลบจริงจะสามารถตรวจพบสารยาสลบในปัสสาวะของผู้ถูกรมยา ซึ่งต้องให้เวลาหน่วยงานตรวจพิสูจน์ทำงานสักระยะหนึ่งเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงมาประกอบสำนวนคดี

สำหรับมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุนั้นตำรวจรถไฟจะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ด้วยการออกเดินตรวจความปลอดภัยในยามวิกาลช่วงระหว่าง 24.00น.-05.00 น. ของทุกขบวน ทุกๆ 1ชั่วโมง โดยจะใช้ความระมัดระวังไม่ให้ไปรบกวนผู้โดยสารที่กำลังนอนหลับ รวมทั้งอาจจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟขึ้นไปดูแลความปลอดภัยบนขบวนรถมากขึ้น แต่ในช่วงแรกอาจจะเพิ่มจำนวนได้ไม่มากนัก เนื่องจากปัจจุบันอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟมีตำแหน่งว่างอยู่ประมาณ100 นาย เบื้องต้นอาจจะมีการเกลี่ยกำลังไปดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมเฉพาะขบวนที่เกิดเหตุบ่อยๆก่อนคือในขบวนรถนอนเท่านั้น

“ปีนี้เราคงเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟขึ้นไปบนขบวนได้ไม่มาก เพราะปัจจุบันเราขาดกำลังกว่า 100 คน แต่ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป เราจะได้กำลังตำรวจใหม่เข้ามาบรรจุเพิ่มเติมอีก ประมาณ 100 นาย ซึ่งก็จะทำให้ตำรวจรถไฟมีกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องหารือร่วมกับรฟท . วะว่ามีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและแบ่งสรรกันดูแลความปลอดภัยขบวนรถอย่างไรให้ทั่วถึง ระหว่างตำรวจที่ทำหน้าที่ประจำบนขบวนรถ และตำรวจสายตรวจ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นที่จะขึ้นมาตรวจความปลอดภัยบนขบวนรถเป็นช่วงๆ เฉพาะเขตจังหวัดพื้นตนรับผิดชอบ โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนสายตรวจต่อกันเป็นทอดๆ ตามรอยต่อเขตของแต่ละจังหวัด”พล.ต.ต.ธนังค์กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี