
เสน่ห์หัตถกรรมไทยมัดใจชวลอนดอน
ตลาดส่งออกสินค้าหัตถกรรมไทยที่มีมูลค่าสูงสุดในขณะนี้ อันดับหนึ่งเป็นประเทศสหรัฐ รองลงมา ได้แก่ ฮ่องกง อันดับสาม เยอรมนี อันดับสี่ ญี่ปุ่น และที่มียอดใกล้เคียงกัน คือ อังกฤษ โดยพบว่าชาวอังกฤษให้ความนิยมสินค้าไทยในกลุ่มหัตถกรรม งานฝีมือประดิษฐ์ (แฮนด์เมด) สูงมาก ทำให้ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. จับมือกับ บริติช เคานซิล ประเทศไทย เพื่อร่วมพัฒนาสินค้าหัตถกรรมไทย
ตลาดส่งออกสินค้าหัตถกรรมไทยที่มีมูลค่าสูงสุดในขณะนี้ อันดับหนึ่งเป็นประเทศสหรัฐ รองลงมา ได้แก่ ฮ่องกง อันดับสาม เยอรมนี อันดับสี่ ญี่ปุ่น และที่มียอดใกล้เคียงกัน คือ อังกฤษ โดยพบว่าชาวอังกฤษให้ความนิยมสินค้าไทยในกลุ่มหัตถกรรม งานฝีมือประดิษฐ์ (แฮนด์เมด) สูงมาก ทำให้ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. จับมือกับ บริติช เคานซิล ประเทศไทย เพื่อร่วมพัฒนาสินค้าหัตถกรรมไทย
“พิมพาพรรณ ชาญศิลป์” ผู้อำนวยการ ศ.ศ.ป. เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ บริติช เคานซิล เพื่อพัฒนาสินค้าหัตถกรรมในประเทศไทย ทั้งด้านการตลาด พัฒนารูปแบบ ออกแบบ การผลิต การหาตลาด และกลุ่มลูกค้า รวมถึงการส่งออกไปในประเทศอังกฤษ เพื่อคัดสรรนำไปร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศอังกฤษ
สำหรับตลาดประเทศอังกฤษมีความน่าสนใจมาก และมีการจัดงาน Top Drawer UK โดยเป็นงานหัตถกรรมที่มีขนาดใหญ่ในประเทศอังกฤษ โดยจัดขึ้นทุกปีช่วงเดือน มี.ค. มีงานแสดงสินค้ามากกว่า 1,000 ร้านค้า และจะมีผู้ซื้อสินค้าจากอังกฤษ และผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่มาชมงาน ขณะที่คอลเลกชั่นจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน จึงเหมาะสมกับสินค้าไทยที่เจาะตลาดดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
เบื้องต้น ศ.ศ.ป.ได้คัดเลือกกลุ่มผู้ประกอบการหัตถกรรมไทย จำนวน 40 ราย มาร่วมอบรมในโครงการนี้กับบริติช เคานซิล หลังจากนั้นจะเลือกผู้ประกอบการไทยที่มีผลงานโดดเด่น โดยมีนักออกแบบชาวอังกฤษ 2 คน มาร่วมคัดเลือกสินค้าหัตถกรรมไทยจำนวน 4 ราย ไปร่วมออกงานแสดงสินค้า Top Drawer UK 2015 เชื่อมั่นว่าการได้ไปร่วมงานแสดงสินค้า จะทำให้ผู้ประกอบการไทยรู้จักลูกค้าอังกฤษ ได้ทดลองตลาด และขยายตลาดส่งออก
กลุ่มสินค้าที่มีโอกาสขยายตลาดในประเทศอังกฤษ ได้แก่ สินค้าพื้นบ้าน กลุ่มของตกแต่งบ้าน กลุ่มสินค้าจักสาน และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยมีรูปแบบสินค้าที่เป็นงานหัตถกรรมร่วมสมัย ซึ่งลูกค้าอังกฤษจะชื่นชอบสินค้าที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยสูง หลังจากนี้ไปเชื่อว่าการส่งออกสินค้าไทยไปในตลาดยุโรปจะมีโอกาสเพิ่มขึ้น
นอกจากตลาดยุโรป ที่ ศ.ศ.ป.ให้ความสนใจแล้ว ตลาดอาเซียนมีศักยภาพที่จะพัฒนาสินค้าร่วมกันได้มาก โดย ศ.ศ.ป.มีแผนจับมือกับหน่วยงานในอาเซี%CUR%ยนเพื่อพัฒนาแนวโน้มงานหัตถกรรมในอาเซียน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจถึงเทรนด์ของงานหัตถกรรมอาเซียนได้ โดยจะเปิดตัวโครงการในปีหน้า
ทั้งนี้ จึงมั่นใจว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปีหน้า จะเป็นผลบวกกับผู้ประกอบการไทยมากที่สุด สามารถขยายตลาดไปในประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น รวมถึงการรุกตลาดไปในประเทศที่อยู่ห่างจากไทยทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หรือบรูไน ได้
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยมีจุดแข็งในด้านการมีทายาทสืบทอดงานหัตถกรรมไทยรุ่นสองจำนวนมาก ซึ่งมีแนวคิดใหม่ สามารถพัฒนาสินค้าได้หลากหลาย เนื่องจากทายาทงานหัตถกรรมเป็นคนรุ่นใหม่ จึงสามารถพัฒนาและสร้างงานไอเดียใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง ศ.ศ.ป.มีแผนขยายตลาดต่างประเทศ ด้วยการไปร่วมงานแสดงสินค้าและออกงานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งไปร่วมงานแสดงสินค้าที่ประเทศเวียดนาม เมืองฮานอย เดือน ก.ย.ไปร่วมงานที่ประเทศออสเตรีย ชื่องาน “Creative Fair” หลังจากนั้นในเดือนเดียวกันไปร่วมงานแสดงสินค้าที่ประเทศฝรั่งเศส
หากสำรวจตลาดงานหัตถกรรมในประเทศไทย พบว่า มีแนวโน้มขยายตัวดีเช่นเดียวกัน เพราะคนไทยสนใจสินค้าหัตถกรรมไทยสูงขึ้นทุกปี โดยเดือน ส.ค.นี้ ศ.ศ.ป.จะจัดงาน “นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 8-12 ส.ค.นี้ ที่ ศ.ศ.ป. ใน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
ในงานมีกิจกรรมมากมาย และสินค้ามาแสดงในงานจากทั่วประเทศ เชื่อว่าจะมีประชาชนเข้ามาร่วมงานมากกว่า 1 หมื่นคน โดยสินค้าที่ขายดีในช่วงเทศกาลวันแม่นี้จะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับผ้า ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าชิ้น กระเป๋าถือทำจากผ้า ผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้าคลุมไหล่ และรองเท้า เป็นต้น
%CUR%ท้ายที่สุด เชื่อมั่นว่าจากการรุกตลาดในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกับการมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการ จะส่งผลให้การส่งออกสินค้าหัตถกรรมไทยในปีนี้จะขยายตัว 4% อยู่ที่ 898 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา การส่งออกขยายตัว 3.8% ส่วนการส่งออกสินค้าหัตถกรรมในปีหน้า คาดว่าจะขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้น







