posttoday
รถเมย์เอ็นจีวี 3,183 คันเผือกร้อนในมือ ขสมก.

รถเมย์เอ็นจีวี 3,183 คันเผือกร้อนในมือ ขสมก.

06 สิงหาคม 2557

มติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

มติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กระทรวงคมนาคม จัดทำแผนจัดหารถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน วงเงินกว่า 13,162 ล้านบาท โดยมีข้อเสนอแนะให้ ขสมก.พิจารณาเร่งรัดจัดหารถเมล์ และส่งมอบรถเมล์ใหม่บางส่วนให้ทันปลายปี 2557ถึงปี 2558 โดยให้สรุปจำนวน วิธีการจัดหา จำนวนที่ต้องซื้อ เสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) พิจารณา

ว่ากันว่า ในเร็วๆ นี้ ทางคณะกรรมการร่างทีโออาร์ ขสมก.จะเร่งประชุมเพื่อหาข้อสรุปแบบด่วนจี๋ คาดว่าจะมีการจัดซื้อรถแอร์ล็อตแรกจำนวนหนึ่ง ประมาณ 1,000 คัน เพราะต้องการให้สอดคล้องกับสถานีเติมก๊าซที่ ขสมก.มี เช่น ย่านรังสิต ย่านบางเขน และย่านแสมดำ ส่วนที่เหลือจะทยอยจัดซื้อเพื่อให้ได้รถครบภายในปี 2558

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า ให้ ขสมก.ทบทวนการดำเนินการในเรื่องของความโปร่งใส คุ้มค่า เปรียบเทียบการเช่า ซื้อ การซ่อมบำรุงหลังซื้อ และเปิดให้เอกชนเข้าร่วม

พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำว่า ต้องการให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัยในการใช้บริการ

การจัดซื้อโครงการรถเมล์เอ็นจีวีมีเรื่องยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่จะจัดเช่ารถเมล์ 6,000 คัน วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ต่อมาปรับลดลงเหลือเช่ารถเมล์ 4,000 คัน วงเงินกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ซื้อ เพราะมีประเด็นถกเถียงว่า การเช่าหรือจัดซื้ออย่างไหนดีกว่า ค่าซ่อมบำรุงหลังการซื้อเป็นอย่างไร ขสมก.มีสถานีก๊าซเอ็นจีวีเพียงพอหรือไม่

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีการผนวกเรื่องปรับโครงสร้างของ ขสมก.เพื่อฟื้นฟูองค์กรรวมอยู่ด้วย แต่ต่อมาได้ตัดทอนลงและมีการตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจริงๆ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สรุปคร่าวๆ จะจัดซื้อรถเมล์จำนวน 3,183 คัน แยกเป็นรถปรับอากาศ 1,524 คัน รถธรรมดา 1,659 คัน โดยจะใช้ระบบอีออกชั่น

แต่ปรากฏว่ามีการตั้งข้อสังเกตเรื่องแชสซีของร่างทีโออาร์ว่า เอื้อประโยชน์กับโรงงานดัดแปลงแชสซีจากรถบรรทุกมาเป็นรถโดยสาร รวมทั้งมีกลุ่มผู้พิการคัดค้าน เนื่องจากต้องการให้รถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวสามารถปรับทางขึ้นลงให้ผู้พิการสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกปลอดภัยด้วย การปรับร่างทีโออาร์จึงแก้ไขและเปิดรับฟังความคิดเห็นมาถึง 10 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการปรับร่างทีโออาร์นั้น ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ ประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดเฝ้าระวังการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ได้มีการเข้าไปตรวจสอบและพิจารณาข้อมูลโครงการจัดซื้อรถเมล์ดังกล่าวด้วย โดยตั้งข้อสังเกตในหลายเรื่อง อาทิ การจัดซื้อควรทยอยเปิดอีออกชั่น ไม่ใช่เปิดครั้งเดียว เพื่อให้มีการแข่งขันราคาที่ต่ำลง

อีกทั้ง ไพโรจน์ ยังเห็นว่าราคากลางที่ ขสมก.ตั้งไว้ว่าการตั้งราคารถเมล์ร้อนราคาคันละ 3.8 ล้านบาท รถแอร์ราคาคันละ 4.5 ล้านบาท นั้นมีราคาแพงเกินไป และรถทุกคันควรเป็นรถโลว์ฟอร์หรือรถที่มีทางลาดสำหรับคนพิการขึ้นลงได้สะดวกทั้งหมด ไม่ใช่รถร้อนมีลิฟต์ยก รถแอร์ทางลาด เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ ยังมีประเด็นที่ต้องการให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตรถภายในประเทศได้มีงานทำ จากการจัดซื้อโครงการรถเมล์เอ็นจีวีด้วยการจัดสรรรถนำเข้ามาส่วนหนึ่ง และนำชิ้นส่วนมาประกอบอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานและมีเงินหมุนเวียนในระบบด้วย

ข้อเสนอในการซื้อรถเมล์เอ็นจีวีในลักษณะนี้ ทางประธานคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.เห็นด้วย แม้ว่าจะมีการเร่งรัดจัดซื้อรถเมล์ แต่ต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใส ซึ่ง ไพโรจน์ ชี้แจงว่า ได้เสนอ คสช.ไปแล้วว่าประเด็นที่สำคัญตอนนี้อาจไม่ใช่ราคารถเมล์ แต่บริษัทที่ขายรถเมล์เอ็นจีวีให้ ขสมก.จะต้องมีการการันตีระยะยาว ทั้งตัวรถและการซ่อมบำรุงที่อยู่ในราคาที่เหมาะสม

“หากรีบซื้อไม่เป็นไร แต่กระบวนการจัดซื้อต้องคิดให้รอบคอบให้คุ้มค่าจริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีรถขนาด 12 เมตรก็ได้ เป็นรถขนาด 10 เมตร มาวิ่งให้บริการก็ได้ เป็นรถทั้งที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซลหรือเอ็นจีวีผสมผสานกันก็ได้ แต่ต้องเป็นรถที่มีคุณภาพ บริการประชาชนได้ทุกระดับ” ไพโรจน์ กล่าว

สารพัดโจทย์ในการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน ครั้งนี้ จึงเสมือนเผือกร้อนให้ ขสมก.ต้องขบคิดอย่างลึกซึ้งในการจัดซื้อรถเมล์ใหม่มาทดแทนรถที่ให้บริการอยู่ การซื้อรถล็อตแรกจึงสำคัญ เพราะจะเป็นตัวประกันขั้นแรกก่อนที่จะทยอยประกวดราคารถและได้รถล็อตต่อไป

ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักว่า ความคุ้มค่า โปร่งใส ในการจัดซื้อระดับหมื่นล้านบาทอยู่ที่ใด

อย่าปล่อยให้รถเมล์จากจีน ที่มีนักล็อบบี้ยิสต์ที่วิ่งเต้นนำเข้ารถเมล์มากองไว้ชักใยโดยเด็ดขาด

มิเช่นนั้นอาจได้รถเมล์ในราคาระดับ 1.82 ล้านบาท มาขายในระดับราคา 3.5-4.5 ล้านบาท อย่างแน่นอน

แถมยังต้องจ่ายค่าซ่อมเป็นรายปีอีกปีละ 800-1,000 ล้านบาท มาเป็นของแถม....

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท