
หุ้นเช้าปิดลบ 3.42 จุด
ดัชนีหุ้นเช้า 6 ส.ค.ปิดที่ 1,525.56 จุด ลดลง จุด 3.42 หรือ 0.22 % มูลค่าการซื้อขาย 24,579.10 ล้านบาท
หุ้นเช้า 6 ส.ค.ปิดที่ 1,525.56 จุด ลดลง จุด 3.42 หรือ 0.22 % มูลค่าการซื้อขาย 24,579.10 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นภาคเช้าวันที่ 6 ส.ค. แกว่งตัวในทางปรับลงและปิดที่ 1,525.56 จุด ลดลง จุด 3.42 หรือ 0.22 % มูลค่าการซื้อขาย 24,579.10 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ระบุว่า หุ้นไทยวันนี้จะแกว่งในทิศทางอ่อนลง ตามตลาดหุ้นโลกที่ส่วนใหญ่ปรับลง เพราะห่วงปัญหายูเครนจะกลับมาปะทุรอบใหม่ หลังรัฐมนตรีต่างประเทศของโปแลนด์ระบุรัสเซียได้เสริมกำลังทหารตามแนวชายแดนยูเครน-รัสเซีย และห่วงว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดย ISM ภาคบริการเพิ่มขึ้นจาก 56.0 ในเดือน มิ.ย. มาที่ 58.7 ใน ก.ค. ซึ่งดีกว่าคาดที่ 56.5 และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เดือน ธ.ค.ปี 2548
อย่างไรก็ดี มองการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย มีแนวโน้มแกว่งลงจากโอกาสเกิดแรงขายทำกำไร หลังความเสี่ยงการเมืองเชิงภูมิศาสตร์ (Geopolitical Risk) สูงขึ้น ประกอบกับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าเริ่มไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี เชื่อตลาดยังไม่แกว่งลงแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า เพราะเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินจากทริกเกอร์ฟันด์ 4-5 กองไหลเข้าสัปดาห์หน้า อีกทั้งยังคงมีแรงซื้อเก็งงบผลประกอบการไตรมาส 2 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลช่วยหล่อเลี้ยงภาวะตลาด
ประเมินแนวรับ 1,520 จุด และแนวต้าน 1,535-1,540 จุด กลยุทธ์การลงทุนขึ้นเป็นจังหวะขายลดพอร์ต เทรดสั้นต้องรับความเสี่ยงได้สูง
บล.ไทยพาณิชย์ มอว่า ตอนนี้ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงพักฐาน และช่วงนี้ยังคงให้ระวังแรงขายทำกำไร ให้แนวรับวันนี้ 1,490-1,500 จุด และแนวต้าน 1,535-1,550 จุด
ทั้งนี้ มองว่า ดัชนีจะฟื้นตัวและกว่าคาดทะลุ 1,525 จุด อย่างไรก็ตาม ยังมีแนวต้านที่ 1,535 จุด ก่อนจะทดสอบจุดสูงเดิมบริเวณ 1,550 จุดอีกครั้ง ซึ่งเราให้น้ำหนักยังไม่ผ่าน และช่วงนี้ยังคงต้องระวังแรงขายทำกำไร ตามภาพรวมดัชนี ยังมองอยู่ในช่วงพักฐาน ประเด็นวันนี้ ติดตามการประชุมกนง. ซึ่งส่วนใหญ่คาดยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.0% ทำให้ผลต่อดัชนีเรามองไม่มีนัยสำคัญอะไร
ดังนั้น กลยุทธ์ นักเก็งกำไรแบ่งขาย การเข้าซื้อต้องรอให้ดัชนีมีการอ่อนตัวก่อน เพราะจะมีความได้เปรียบด้านต้นทุนที่ต่ำกว่า และมีโอกาสอ่อนตัวลงหา 1,490-1,500 จุดอีกครั้ง
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับคือ
JAS มูลค่าการซื้อขาย 3,719 ล้านบาท ปิดที่ 6.80 บาท ลดลง 0.45 บาท (-6.21%)
BTS มูลค่าการซื้อขาย1,431 ล้านบาท ปิดที่ 9.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท (+1.69%)
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,240 ล้านบาท ปิดที่ 10.30 บาท ลดลง 0.30 บาท (-2.83%)
CK มูลค่าการซื้อขาย 963 ล้านบาท ปิดที่ 26.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.94%)
IFEC มูลค่าการซื้อขาย773 ล้านบาท ปิดที่ 5.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท (+6.00%)







