
เมืองไทยจับวัยทำงานส่งซุปเปอร์กู๊ดดันเบี้ย
เมืองไทยประกันชีวิต กระตุ้นยอดขายปลายปี ส่ง “ซุปเปอร์ กู๊ด” เจาะวัยทำงาน
เมืองไทยประกันชีวิต กระตุ้นยอดขายปลายปี ส่ง “ซุปเปอร์ กู๊ด” เจาะวัยทำงาน
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแบบประกันใหม่ “เมืองไทย ซุปเปอร์ กู๊ด 12/5” เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และเป็นการตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าวัยทำงานอายุระหว่าง 35-55 ปี ที่ต้องการแบบประกันที่เน้นเรื่องวางแผนการออมเงินพร้อมไปกับการวางแผนทางภาษี
นายสาระ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทได้นำเสนอแบบประกันที่ครอบคลุมทุกประเภท ทั้งแบบออมทรัพย์ แบบคุ้มครองตลอดชีพ แบบบำนาญ แบบอุบัติเหตุส่วนบุคคล แบบยูนิเวอร์แซล ไลฟ์ และแบบยูนิตลิงค์ ซึ่งพบว่าแบบประกันออมทรัพย์ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายและอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา ช่องทางตัวแทนเติบโตสูงถึง 92%
“แม้ในช่วงที่ผ่านมา ภาคครัวเรือนค่อนข้างจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ด้วยการพัฒนาระบบการดำเนินงานและการบริการด้านต่างๆ โดยเฉพาะการมุ่งอำนวยความสะดวกการจัดกิจกรรม และมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า โดย ‘เมืองไทย สไมล์ คลับ’ ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจของเราสามารถเติบโตต่อเนื่องได้สูงกว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้ 15% ต่อปี” นายสาระ กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงเดือน ม.ค.มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 39,440 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 31% สูงกว่าอัตราการเติบโตของภาพรวมธุรกิจ แบ่งเป็นเบี้ยประกันรับใหม่ 19,368 ล้านบาท เติบโต 41% และเบี้ยประกันรับปีต่อไป 20,072 ล้านบาท เติบโต 23%
ทั้งนี้ ในส่วนของแบบ “เมืองไทย ซุปเปอร์ กู๊ด 12/5” มีจุดเด่นอยู่ที่ลูกค้าจะได้รับเงินจ่ายคืนทุกปี รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 155% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันเริ่มสัญญา
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สังเกตได้จากการร่วมออกบูธในงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ที่ผ่านมาก็พบว่าซึ่งส่วนใหญ่ให้ความสนใจแบบประกันออมทรัพย์ที่มีการการันตีผลตอบแทนสูง และแบบประกันนี้ก็มีอัตราผลตอบแทนสูงสุด 3.50% ต่อปีสำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 1 เดือน50 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ลูกค้าก็ยังต้องการแบบ
ทั้งนี้ คาดว่าทิศทางความต้องการของลูกค้าโดยรวมยังคงให้ความสนใจแบบประกันประเภทออมทรัพย์โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะให้ความสำคัญและคำนึงเรื่องการใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีด้วยแต่อย่างไรก็ตาม ประกันชีวิตพร้อมความคุ้มครองสุขภาพและโรคร้ายแรงด้วยเช่นกัน







