
เกษตรชงเดินหน้าโครงการยางล้อแห่งชาติ
เกษตรฯชงโครงการยางล้อแห่งชาติ พร้อมของบ 3หมื่นล้านบาทให้สถาบันเกษตรกรกู้ซื้อยางแปรรูป
เกษตรฯชงโครงการยางล้อแห่งชาติ พร้อมของบ 3หมื่นล้านบาทให้สถาบันเกษตรกรกู้ซื้อยางแปรรูป
แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าวันที่ 7 ส.ค. 2557 นี้ กระทรวงเกษตรฯจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.)ที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อนุมัติในหลักการ โครงการยางล้อแห่งชาติ และขอนุมัติงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาทเพื่อส่งเสริมศักยภาพการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบเพิ่มขึ้นของประเทศจาก 10% เป็น 30 % จากผลผลิตทั้งประเทศ 4 ล้านตัน ซึ่งแนวทางดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯเห็นว่าเป็นการช่วยเหลือที่ยั่งยืน
ทั้งนี้โครงการตั้งโรงงานผลิตยางล้อ กระทรวงเกษตรฯเสนอขออนุมัติในหลักการเพื่อที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)จะเดินหน้าศึกษาโครงการต่อไป เพื่อเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้มีการใช้ยางพาราในประเทศได้มากกว่า 20 %
สำหรับเงิน 3 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นการของบประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเพื่อให้สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์กู้เพื่อซื้อยางแปรรูป ตามข้อเสนอของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในขณะที่อีก 2 หมื่นล้านบาท คณะรัฐบมนตรีชุดที่แล้วอนุมัติเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2556 เพื่อให้สถาบันเกษตรกรกู้ 5,000 ล้านบาท ผู้ประกอบการ 15,000 ล้านบาท ในการปรับปรุงเครื่องมือจักรกลเพื่อขยายกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางในการส่งออกอีกด้วย
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมการยางแห่งประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง กล่าวว่า ชาวสวนยางดีใจที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่าจะช่วยเหลือปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยขณะนี้ราคายางแผ่นดิบลดเหลือ 55 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าต้นทุนที่ปัจจุบันอยู่ที่ 64 บาทต่อกก. และจากราคายางที่ขึ้นกับกไกตลาดโลกเห็นว่า หัวหน้าคสช.ควรประกาศให้มีการใช้ยางในสต๊อก 2.1 แสนตันทั้งหมดในประเทศเพื่อส่งสัญญาณกับตลาดโลก เนื่องจากโลกมองว่าไทยมีสต๊อกมากและเมื่อบวกกับยางที่กำลังออกใหม่จะทำให้ผลลผลิตยางของไทยในปี 2557 จะมีมากกว่า 4 ล้านตัน ซึ่งหัวหน้าคณะ คสช. ได้มีนโยบายที่เดินถูกทางแล้ว จากการเพิ่มมูลค่าทำผลิตภัณฑ์ยาง เพราะไทย การส่งออกวัตถุดิบ 86 %หากมีการใช้แปรรูปเพิ่มก็ทำให้มูลค่ายางของไทยเพิ่มขึ้น
นายประชัย กองวารี นายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางพาราไทย ได้กล่าวว่า ถ้าได้รับความกรุณาจากหัวหน้า คสช. อนุมัติเงิน 15,000 ล้าบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการถุงมือยาง ได้นำไปขยายโรงงานและเปลี่ยนเครื่องจักรที่ทันสมัย ให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้มีการใช้ยางเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าปีละ 4-5 แสนตัน เพราะถุงมือยาง ใช้วัตถุดิบยางพาราถึง 98 % ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในโรงพยาบาล เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง จึงเป็นการสิ้นเปลือง ซึ่งประเทศไทย ควรเพิ่มศักยภาพในการผลิตถุงมือยางให้เต็มที่ และทันสมัยที่สุดในโลกซึ่ง ผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งในด้านความรู้และด้านการตลาด
นางวราภรณ์ ขจรไชยกุล ผู้อำนวยการโครงการวิจัยแห่งชาติยางพารา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในฐานะนักวิจัยยาง ได้เสนอแนะแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ซึ่งประกอบด้วย 6ส + วช ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการสนับสนุนการวิจัยอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ โดย 6 หน่วยงานได้มอบหมายให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำหน้าที่บริหารจัดการงานวิจัยด้านยางพาราโดยได้หาแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศจากเดิม 14% เป็น 30% ด้วยการแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์ปูพื้น คอกปศุสัตว์ บังเกอร์ แบริเออร์ ฝายยาง ยางปูสระน้ำ ฯลฯ เป็นต้น ก็จะเป็นการสนองรับนโยบายของ คสช. ได้ทัน







