
ผ่าแผนเมืองกาญจน์พัฒนา"ดอลลาร์ โซน"รับทวาย
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่หลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา น้ำตก แม่น้ำขนาดใหญ่หลายสาย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่หลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งภูเขา น้ำตก แม่น้ำขนาดใหญ่หลายสาย รวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในอดีต ทำให้ “กาญจนบุรี” เป็นอีกหนึ่งจังหวัดจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่แต่ละปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน และมีเม็ดเงินสะพัดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดที่ได้จากการท่องเที่ยวหลักหมื่นล้านบาทต่อปี
วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด ผู้ผลิตและทำตลาดร้านอาหารศรีฟ้า เบเกอรี่ ในฐานะประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กล่าวถึงแผนพัฒนาด้านการท่องเที่ยวใน จ.กาญจนบุรี เพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน
สำหรับแผนพัฒนาดังกล่าวนั้น วิเชียร บอกว่าจะต้องเริ่มต้นด้วยการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอยู่ โดยเฉพาะในภาคบริการโรงแรมที่พักต่างๆ ในจังหวัด ที่ปัจจุบันมีสมาชิกสมาคมราว 81 ราย ซึ่งจะต้องมีระบบมาตรฐานเข้ามาควบคุมคุณภาพการให้บริการ ผ่านการจัดฝึกอบรมในโครงการต่างๆ ที่มีสมาคมเป็นเจ้าภาพและผู้ประสานงาน
ทั้งนี้ เพื่อต้องการพัฒนาให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายใน จ.กาญจนบุรี ก้าวเข้าสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวในรูปแบบ “ดอลลาร์ โซน” แหล่งท่องเที่ยวที่คิดอัตราค่าบริการโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับหัวหิน ภูเก็ต และสมุยที่สมาคมมองไว้เป็นโมเดลเมืองท่องเที่ยวต้นแบบในเบื้องต้นเพื่อยกระดับให้เป็นจังหวัดมีคุณภาพการท่องเที่ยวในระดับสากล
นอกจากนี้ ยังรวมถึงรูปแบบการท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ที่ชูจุดเด่นด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งเห็นว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดการท่องเที่ยวของไทยที่มีเสน่ห์ และควรนำมาศึกษาไว้เป็นแนวทางด้วย เช่นเดียวกับโมเดลในจังหวัดต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วยเช่นกัน
จากแนวทางที่วางไว้ ถือเป็นกรอบการพัฒนาด้านท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี ในระยะยาว ด้วยเป็นวิสัยทัศน์ของสมาคมที่วางไว้ ที่จะต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมได้มากที่สุดในช่วงที่ตนยังดำรงตำแหน่งประธานสมาคมตามวาระ 2 ปี (25572559) ซึ่งแผนพัฒนาดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจของ จ.กาญจนบุรีด้วย โดยเฉพาะเมื่อโครงการทวายแล้วเสร็จ ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดเพิ่มขึ้นด้วย
นอกเหนือจากแผนพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็จำเป็นจะต้องมีแนวคิดพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องแบบรอบด้าน ผ่านทรัพยากรทางธรรมชาติการท่องเที่ยวของจังหวัดที่มีอยู่ ทั้งจากธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างมีผสมรวมกันหมดในจังหวัดเดียวที่ทำให้เกิดความหลากหลายในการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งในส่วนของสมาคมและสมาชิกผู้ประกอบการ จะวางแผนศึกษาการทำตลาดท่องเที่ยวร่วมกัน ถึงความต้องการเชิงลึกของกลุ่มนักท่อเที่ยวด้วยเช่นกัน
วิเชียร เสริมว่า ในอนาคตหากโครงการทวายดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด นอกจากจะผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจภายในจังหวัดเติบโตขึ้นตามไปด้วยแล้วนั้น ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้มีการสร้างงาน อาชีพ หรือธุรกิจเกิดขึ้นไปพร้อมกัน โดยเฉพาะภาคบริการ ธุรกิจที่พักโรงแรมระดับบน สปา รีสอร์ท ฯลฯ โดยแผนทั้งหมดจะเกิดขึ้นเป็นจริงได้ ก็จะต้องมีการขับเคลื่อนความพร้อมของคนในจังหวัดด้วย
ทั้งนี้ “บุคลากร” หรือคนใน จ.กาญจนบุรีเองถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เออีซีในปลายปีหน้าที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งจะต้องเร่งพัฒนาทักษะวิชาชีพเฉพาะด้านมากขึ้น ซึ่งคนไทยต้องยอมรับว่าจะต้องพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น เพื่อรองรับงานบริการตามมาตรฐานสากลได้เต็มรูปแบบเนื่องจากอนาคตจะเกิดการไหลบ่าของแรงงานระหว่างชาติอาเซียนหมุนเวียนระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคบริการ







