posttoday
ทรีนีตี้แนะลดหุ้นเหลือ80%

ทรีนีตี้แนะลดหุ้นเหลือ80%

05 สิงหาคม 2557

เดือนส.ค.เสี่ยงปรับฐานรอจังหวะเข้าซื้อ เน้นกลุ่มพลังงาน/ปันผลสูง/รับเหมา

เดือนส.ค.เสี่ยงปรับฐานรอจังหวะเข้าซื้อ เน้นกลุ่มพลังงาน/ปันผลสูง/รับเหมา

ทรีนีตี้ลดน้ำหนักหุ้นเดือน ส.ค. เหลือ 80% รอปรับฐานสะสมหุ้นปลายเดือน ด้านดีบีเอสฯแนะเก็บหุ้นปันผล

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ภาพการลงทุนในตลาดหุ้นประจำเดือน ส.ค. แนวโน้มดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ W Shape โดยในช่วงแรกอาจมีการปรับฐานจากสภาพคล่องทั้งในและต่างประเทศลดลง จึงแนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนเหลือ 80% จากปกติ 100%

“เดือน ก.ค. เราแนะนำให้ซื้อหุ้น 10 ตัว และแต่ละตัวมีน้ำหนัก 10% ส่วนเดือน ส.ค.นี้ ให้เหลือ 8 ตัว เพื่อเหลือเงิน 20% รอไว้ซื้อหุ้นเวลาปรับฐานลงมา คาดว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือน โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์สุดท้ายจากสภาพคล่องจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ที่จะมาจากพันธบัตรออมทรัพย์ที่จะหมดอายุในวันที่ 26 ส.ค.นี้ คาดว่าจะถูกโยกมาลงทุนในตลาดหุ้น” นายณัฐชาต กล่าว

นอกจากนั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นภาคการผลิตปรับตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน และการจัดงานไทยแลนด์โฟกัส ในวันที่ 2728 ส.ค. จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ โดยเฉพาะรุ่นระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหากตัวเลขการจ้างงานและตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด และอาจทำให้นักลงทุนปิดสถานะเพื่อเก็งกำไรค่าเงินจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย (แคร์รี่เทรด) และนำเงินกลับออกไปขณะที่มูลค่าของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทยที่อยู่ในระดับสูงอาจจะเสี่ยงถูกขายทำกำไร

สำหรับหุ้นที่แนะนำเดือน ส.ค. ได้แก่ กลุ่มถ่านหินที่ได้อานิสงส์จากจีนหันมาใช้ถ่านหินมากขึ้น ได้แก่ บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) กลุ่มจ่ายเงินปันผลสูง บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) บริษัทไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) กลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน (P/BV) ได้แก่ บริษัท ซีเคพาวเวอร์ (CKP) บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) กลุ่มอุปโภคบริโภคภายในที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (BJC) และกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ราคาปรับตัวขึ้นน้อยกว่ากลุ่ม บริษัททีพีไอโพลีน (TPIPL)

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นเดือน ส.ค. น่าจะมีการเก็งกำไรผลประกอบการงวดครึ่งปี และคาดการณ์ครึ่งปีหลังที่น่าจะดีขึ้น หลังจากมีความชัดเจนในเรื่องของนโยบายลงทุนในด้านต่างๆ ของ คสช. แต่ฝ่ายวิจัยให้เป้าหมายดัชนีสิ้นปีที่ 1,559 จุด ปีหน้าที่ 1,627 จุด ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง คือ อัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่อาจจะปรับขึ้นเร็วกว่าคาด

หุ้นที่แนะนำให้เก็บในเดือนนี้ เป็นบริษัทที่คาดว่าจะจ่ายปันผลกลางปีสูง อาทิ บริษัท ช.การช่าง (CK) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) และบริษัท ศุภาลัย (SPALI)

ตลาดหุ้นไทยที่ปรับฐานมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา วันที่ 4 ส.ค. มีแรงซื้อกลับหุ้นตัวใหญ่ ผลักดันให้ดัชนีทะยานขึ้นปิดตลาดที่ 1,519.38 จุด เพิ่มขึ้น 19.18 จุด หรือ 1.28% มูลค่าการซื้อขาย 47,052.78 ล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยขึ้นแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากการเข้ามาเก็งกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เพราะเป็นช่วงเร่งงานก่อสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ 4 เส้นทาง จากการเปิดประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท