
ธปท.ชี้ไม่น่าห่วงเงินทุนไหลออก2.19แสนล้าน
ธปท.เผยครึ่งปีแรกเงินทุนไหลออกสุทธิ 2.19 แสนล้านบาท แต่ไม่น่าห่วงคนไทยไปลงทุนนอกมากขึ้น
ธปท.เผยครึ่งปีแรกเงินทุนไหลออกสุทธิ 2.19 แสนล้านบาท แต่ไม่น่าห่วงคนไทยไปลงทุนนอกมากขึ้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ครึ่งแรกของปี 2557 มีเงินทุนไหลออกสุทธิ 6,850 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.19 แสนล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาท/เหรียญสหรัฐ) แบ่งเป็นไตรมาสแรกไหลออกสุทธิ 6,124 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.96 แสนล้านบาท และไตรมาส 2 ไหลออกสุทธิ 726 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท โดยดุลเงินทุนไหลออกสุทธิต่อเนื่องมาถึง 4 ไตรมาสแล้ว แต่ไม่น่ากังวล เนื่องจากส่วนใหญ่ไหลเป็นเงินลงทุนไทยไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ล่าสุดในเดือน มิ.ย. 2557 มีเงินทุนไหลออกสุทธิ 1,657 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1,555 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ไหลออกเพียง 102 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุมาจากผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจสถาบันการเงิน การผลิตเครื่องดื่ม และการผลิตเครื่องจักร ที่ออกไปลงทุนโดยตรงในสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น รวมทั้งลงทุนในตราสารทุนในต่างประเทศของนักลงทุนไทย และการให้สินเชื่อการค้าของผู้ส่งออก
ขณะที่ไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่า เงินทุนไหลออกสุทธิ 726 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5,398 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ไหลออกถึง 6,124 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไหลออกสุทธิต่อเนื่องเป็นไตรมาส 4
อย่างไรก็ตาม รายงานของ ธปท. ระบุว่า มูลค่าของเงินทุนไหลออกมีทิศทางที่ชะลอลง และที่สำคัญไตรมาส 2 ปีนี้ เป็นการไหลออกจากการที่นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าเป็นสำคัญจึงไม่น่าห่วง และสะท้อนว่าภาวะการเมืองของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) มากนัก เพราะเอฟดีไอยังไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในไตรมาส 2 ปีนี้เอฟดีไอไหลเข้าสุทธิ 3,413 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า แนวโน้มเงินทุนไหลออกไม่น่ากังวล แม้จะไหลออกสุทธิต่อเนื่องมา 4 ไตรมาสติดต่อกัน เพราะมาจากการที่นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และที่สำคัญเอฟดีไอยังไหลเข้าไทยต่อเนื่อง แสดงว่าต่างชาติยังมั่นใจในเศรษฐกิจและเข้ามาลงทุนในไทยต่อไป
น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า เงินทุนจะยังไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติที่ให้น้ำหนักการลงทุนในไทยต่ำจะเข้ามาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนไทยมากขึ้น ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ส่วนค่าเงินบาทครึ่งปีหลังปีนี้มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 31.0031.50 บาท/เหรียญสหรัฐ จากแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐของบริษัทขนาดใหญ่และนักลงทุนไทยเพื่อลงทุนในต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน







