
ประชาธิปไตย??
....อานนท์
เดี๋ยวนี้ คำว่า
“ประชาธิปไตย” ถูกนำมาใช้กันมากนะครับท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งคิดว่าผมจะพูดเรื่องการเมือง
ไม่หรอกครับ นี่ยังเป็นเรื่องธุรกิจการค้า ซึ่งก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่จะต้องพูดกันให้ชัดว่า อะไรคือประชาธิปไตยในองค์กร
โดยหลักการทั่วๆ ไป ในเมื่อประเทศของเราเป็นประเทศประชาธิปไตย เราก็ควรจะมีประชาธิปไตยในองค์กรด้วย โดยเฉพาะในเรื่องพื้นฐานทั่วๆ ไป เช่น พนักงานทุกคนมีสิทธิ มีเสียง มีส่วนที่จะเสนอเรื่องราว หรือร้องทุกข์ใดๆ และมีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาคในหลักการอันเหมาะสมในเรื่องต่างๆ เช่น มีความเท่าเทียมกันระหว่างหญิง ชาย มีสิทธิในเรื่องสวัสดิการตามข้อกำหนดที่ไม่แตกต่างว่าจะเป็นลูกใคร หลานใคร พนักงานมีสิทธิวิจารณ์การทำงานขององค์กรได้อย่างเหมาะสมในระดับที่พอดี ฯลฯ
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ครับ แต่ทุกอย่างในองค์กรจะเป็นประชาธิปไตยได้ทั้งหมดจริงหรือ??
คงต้องตอบให้ชัดเจนลงไปว่า ไม่ได้ครับ
หลักการของประชาธิปไตยที่ชัดเจนหลักการหนึ่งก็คือ 1 เสียง 1 สิทธิอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นใคร มียศตำแหน่งอย่างไร เวลาลงคะแนนเลือกตั้งก็ได้สิทธิเท่ากัน แต่ในทางการค้าแล้ว มองตั้งแต่ลักษณะการถือหุ้น ก็ไม่มีทางเป็นประชาธิปไตยแล้ว เพราะเราจะต้องลงคะแนน หรือออกเสียง ออกสิทธิกันตามจำนวนการถือหุ้น ผู้ถือหุ้นใหญ่แม้เพียงคนเดียว หากถือหุ้นเกิน 50% ก็ย่อมมีสิทธิส่งเสียงดังได้มากกว่าผู้ถือหุ้นอื่นๆ ที่แม้จะมีจำนวนคนมากกว่า แต่หากถือหุ้นกันคนละ 10% ก็ต้องทำตามผู้ถือหุ้นใหญ่
เช่นเดียวกันกับโครงสร้างการบริหาร แม้พนักงานระดับล่าง ระดับปฏิบัติการจะมีจำนวนคนมากกว่า แต่ก็ต้องฟังคำสั่งจากผู้บริหารที่มีไม่กี่คน
การบริหารธุรกิจการค้า จึงไม่สามารถยึดหลักการประชาธิปไตยได้ เพราะมีระบบเจ้าของ มีระบบบริหารที่ต้องยึดถือ
ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าได้อ่านเจอแนวความคิดของนักจิตวิทยาการค้าบางท่านที่เสนอว่า การประชุมในองค์กรควรจะจัดรูปแบบให้เป็นการประชุมโต๊ะกลม
ผมคิดไปถึงการประชุมของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมตามตำนานกษัตริย์อาร์เธอร์ของอังกฤษครับ ตามหลักการของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมนั้น ทุกคนนั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกัน โต๊ะที่ไม่มีหัวโต๊ะ ทำให้การประชุม ปรึกษา หารือ เป็นไปโดยเสมอภาค ไม่มีใครใหญ่กว่ากัน ไม่ว่าด้วยอาวุโส ความสามารถ หรือการศึกษา แต่ทุกคนเท่าเทียม ซึ่งแนวคิดนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ นักจิตวิทยาเชื่อว่าเป็นการทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ทุกคนกล้าแสดงออก เพราะทุกแนวคิดจะถูกรับฟังโดยเสรี
ในทางองค์กรธุรกิจ แนวคิดนี้เป็นเรื่องดีเหมือนกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการประชุมที่ต้องการเสนอความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง หรือเป็นการประชุมที่ต้องการให้เกิดความรู้สึกดีๆ ในแง่ของการร่วมมือ เช่น การประชุมระหว่างผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องมาพบปะกับพนักงานรุ่นพ่อซึ่งต้องการลดช่องว่าง หรือการประชุมระหว่างฝ่ายบริหารกับสหภาพแรงงาน รวมไปถึงการระดมสมองในเรื่องต่างๆ เช่น การพลิกฟื้นวิกฤตให้องค์กร ฯลฯ
การประชุมเหล่านี้ ความเสมอภาคและการเปิดโอกาสเป็นเรื่องสำคัญ การประชุมโต๊ะกลมจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยได้มาก และระบบประชาธิปไตยจะช่วยส่งเสริมการประชุมแบบนี้ได้เป็นอย่างดี
แต่ทุกอย่างไม่สามารถทำอย่างนั้นได้หมด เพราะเมื่อเรามองถึงเรื่องการค้า จะต้องมีการตัดสินใจ โดยคำนึงถึงรายได้ กำไร ซึ่งเจ้าของหรือผู้บริหารจะต้อง
“ฟันธง” หรือ “ตัดสินใจ” ในแต่ละเรื่องให้ได้แน่นอนครับว่า ผู้บริหารอาจจะเปิดโอกาสให้เกิดการถกเถียงโดยอิสระในที่ประชุม เพื่อให้ได้ความคิดที่หลากหลาย แต่ลงท้ายแล้ว ผู้บริหารจะต้องใช้อำนาจของตนในการเลือกหนทางที่เหมาะสมในการนำไปใช้เป็นนโยบายขององค์กร ซึ่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากความเห็นของส่วนใหญ่ แต่เกิดจากการพิจารณาแล้วว่า เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดและผ่านการพิจารณาความเป็นไปได้ในหลายๆ ทาง ที่มีผู้เสนอมาอย่างหลากหลายแล้ว
การผสมผสานระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการที่เหมาะสมในองค์กร เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น คือ จะต้องสร้างให้เกิดวัฒนธรรมและค่านิยมในองค์กรว่าด้วยประชาธิปไตย เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม แต่จะต้องมีผู้นำที่พร้อมตัดสินใจโดยไม่ชักช้า ไม่เกรงใจใคร หากคิดว่าได้เลือกนโยบายที่เหมาะสมแล้ว
การมีโต๊ะกลมนั้นดี แต่บางที
“หัวโต๊ะ” ก็ต้องแสดงบทบาทด้วยเหมือนกันนะครับ






