
พิเศษอย่างไร?
เขตเศรษฐกิจพิเศษได้กลับมาเป็นรูปเป็นร่างอีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบเลือก 5 พื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจกลุ่มแรกของประเทศไทย
เขตเศรษฐกิจพิเศษได้กลับมาเป็นรูปเป็นร่างอีกครั้ง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. หลังคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบเลือก 5 พื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจกลุ่มแรกของประเทศไทย
โดย 5 พื้นที่ดังกล่าวได้แก่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด อ.สะเดา จ.สงขลา และ จ.มุกดาหาร
จากนั้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้ประกาศให้อีก 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม และ จ.นราธิวาส เป็นอีกกลุ่มที่จะได้รับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป โดยได้มอบหมายให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทำการศึกษาและเก็บข้อมูล
เบื้องต้น ผู้รับผิดชอบได้ระบุแบบกว้างๆ ว่าหลักเกณฑ์สนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษมี 4 เรื่อง คือ 1.เรื่องสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนที่จะเป็นไปตามกฎหมายการส่งเสริมลงทุนหรือบีโอไอและเขตปลอดภาษีของกรมศุลกากร 2.การให้บริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จให้แก่แรงงานต่างด้าว
3.การสนับสนุนการใช้แรงงานต่างด้าวและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่ต้องบูรณาการกฎหมายหลายฉบับ และ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรในพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม นอกจากให้ความสำคัญกับนักลงทุนต่างชาติแล้ว ก็อยากให้สนใจนักลงทุนในประเทศ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ว่าจะได้รับประโยชน์หรือผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวอย่างไรบ้าง เพราะการพัฒนาพื้นที่นั้น เชื่อว่าจะทำให้วิถีชีวิตของคนบางกลุ่มต้องเปลี่ยนไป บางคนอาจต้องเสียพื้นที่ทำกิน และต้องเปลี่ยนอาชีพ
ไม่อยากให้เป็นเหมือนกับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น โครงการติลาวา ของพม่า ที่เริ่มมีเสียงกังวลว่าอาจทำลายระบบนิเวศ แถมยังมีการทวงสัญญาเรื่องการจ้างงานคนท้องถิ่น เพราะโครงการดังกล่าวทำให้คนพื้นที่นับพันคนเสียพื้นที่ทำกิน โดยหวังว่าจะได้งานในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นการตอบแทนในอนาคต แต่ถึงปัจจุบัน หลายคนก็ยังตกงานเหมือนเดิม
สำหรับโครงการของไทย ก็อยากเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนในเร็ววันนี้ ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ว่าจะพิเศษแค่ไหน เนื่องจากเมื่อนับเวลาดูแล้ว ก็เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ ก็จะต้องเดินหน้าเฟส 2 แล้ว แต่ตอนนี้ แม้แต่เฟส 1 ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรกันแน่ รายละเอียดของแผนที่ชัดเจน นอกจากจะเป็นประโยชน์กับคนในประเทศเองแล้ว ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจทั้งทุนในและทุนนอกด้วย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่แต่ละประเทศกำลังแข่งขันดึงดูดการลงทุนแบบนี้ นักลงทุนต่างรอรายละเอียดของแผนกันทั้งสิ้น เพื่อจะได้รู้ว่า จะเดินหน้าธุรกิจไปอย่างไรในอนาคต







