
จังหวะทำกำไรทอง
นักลงทุนจำเป็นต้องมีความมั่นใจในการลงทุน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีวิจารณญาณอยู่ตลอดเวลา และเนื่องจากตลาดทองคำเป็นตลาดที่ใหญ่ จึงไม่มีใครที่จะสามารถควบคุมราคาและทิศทาง หรือสร้างให้ราคาขึ้นและลงตามใจได้ ตลาดการลงทุนในทองคำยังคงมีความสมบูรณ์แบบ รวมทั้งยังมีค่าเงินบาทที่มีความผันผวนตามไปด้วยในช่วงระยะสั้นนี้ ทำให้การตัดสินใจในการลงทุนในทองคำยังไม่มีบทสรุปตายตัวอย่าง 100% นั่นคือสาเหตุที่ทำไมต้องมีการศึกษาวิเคราะห์และติดตามการลงทุนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งการลงทุนในทองคำถือว่าเป็นการลงทุนที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
นักลงทุนจำเป็นต้องมีความมั่นใจในการลงทุน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีวิจารณญาณอยู่ตลอดเวลา และเนื่องจากตลาดทองคำเป็นตลาดที่ใหญ่ จึงไม่มีใครที่จะสามารถควบคุมราคาและทิศทาง หรือสร้างให้ราคาขึ้นและลงตามใจได้ ตลาดการลงทุนในทองคำยังคงมีความสมบูรณ์แบบ รวมทั้งยังมีค่าเงินบาทที่มีความผันผวนตามไปด้วยในช่วงระยะสั้นนี้ ทำให้การตัดสินใจในการลงทุนในทองคำยังไม่มีบทสรุปตายตัวอย่าง 100% นั่นคือสาเหตุที่ทำไมต้องมีการศึกษาวิเคราะห์และติดตามการลงทุนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งการลงทุนในทองคำถือว่าเป็นการลงทุนที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
นักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จจำเป็นจะต้องเพิ่มพูนความรู้และความชำนาญในการลงทุนอยู่ตลอดเวลา ณ ที่นี้จะกล่าวถึง 2 กลุ่มใหญ่ ดังต่อไปนี้ คือ
1.Technical VS Fundamental Analysis
ปัจจัยทางพื้นฐานของทองคำก็คือการศึกษาถึงสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมไปถึงผลกระทบที่เข้ามาสู่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจภายในหรือภายนอกประเทศ การเมืองหรือภาวะสงคราม ซึ่งสภาวะของปัจจัยพื้นฐานจะรวมไปถึงเรื่องของ Demand และ Supply ตามไปด้วย ในขณะที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคเชื่อว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต มักจะเกิดซ้ำอีกครั้งหนึ่งในอนาคต รวมทั้งเชื่อว่าความผิดพลาดของมนุษย์ที่เกิดก็มักจะเป็นเรื่องซ้ำๆ รวมทั้งอารมณ์ในการตัดสินใจซื้อขาย ดังนั้นนักวิเคราะห์ทางเทคนิคจึงใช้กราฟในการศึกษาและบอกทิศทางของราคาทองคำ รวมไปถึงจังหวะในการเข้าซื้อหรือการขายก็ตาม
2.Trend VS Counter Trend Trading
ในทุกๆ กราฟทางเทคนิคของราคาทองคำเราจะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไปในทิศทางที่เป็นทั้งแนวโน้มหรือเทรนด์ และเป็นลักษณะของความผันผวนของราคา ซึ่งจะเห็นและเกิดได้บ่อยขึ้นในโลกยุคคอมพิวเตอร์ และในยุคของ HiSpeed Trading การซื้อขายตามแนวโน้มเป็นหลักการสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วไป ซึ่งเปรียบเสมือนกับการขี่ม้าป่าที่จะพยายามสลัดท่านออกไปจากแนวโน้ม ซึ่งส่วนสำคัญที่สุดมาจากความผันผวนของราคานั่นเอง ที่เราเรียกว่า Oscillate โดยที่ราคาจะแกว่งในลักษณะที่เป็น Overvalue สลับกับ Undervalue ซึ่งนักลงทุน Counter Trend Trading ก็จะเข้าสู่ตลาดเมื่อราคาไปสู่ด้านใดด้านหนึ่งอย่าง Extreme
วิเคราะห์ราคาทองคำ
ราคาทองคำยังคงมีความผันผวนค่อนข้างมากในระยะสั้น โดยเป็นการแกว่งตามข่าวที่เข้ามากระทบจะเห็นได้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดีนักจากตัวเลขการจ้างงานและอัตราคนว่างงานที่ออกมาแย่ลง รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของสหรัฐก็ออกมาไม่ค่อยดีนัก จึงผลักดันให้ราคาทองคำดีดกลับขึ้นมากว่า 10 เหรียญสหรัฐ ที่ระดับ 1,295 เหรียญสหรัฐ ทำให้ทองคำไทยในวันเสาร์ปรับตัวสูงขึ้น 50 บาท/บาททองคำ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 8 สตางค์
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในระยะสั้นยังคงแกว่งอยู่ในกรอบ 1,2801,300 เหรียญสหรัฐ โดยมีแนวรับและแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับดังกล่าว ขณะที่ระยะกลางและยาวยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ทองคำจะขึ้นไปได้ไกลต่อเมื่อราคาสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ 1,325 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในขณะที่ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำคือความผันผวนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นการลงทุนในระยะนี้ จึงยังคงแนะนำในลักษณะการบริหารเงินลงทุนให้ดีพร้อมกับการบริหารความเสี่ยง อันจะเห็นได้จากโอกาสและจังหวะในการทำกำไรได้เกือบทุกวัน ซึ่งผลกำไรที่นักลงทุนจะได้รับจะมาจากการบริหารเงินลงทุนและการเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
ในสัปดาห์นี้ยังคาดว่าจะเห็นการแกว่งตัวในกรอบดังกล่าวข้างต้น คือบริเวณ 1,2801,300 เหรียญสหรัฐ หรือราคาทองคำไทยในกรอบ 19,50019,750 บาท/บาททองคำ สนใจการลงทุนในทองคำต้องติดตามกับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนกับทีมงานของ MTS Gold แม่ทองสุกจะสามารถให้คำแนะนำในระยะสั้นและการบริหารพอร์ตให้กับท่านได้ ติดต่อ MTS Gold Call Center 02-770-7777







