posttoday
หุ้นไทยจ่อหลุด 1,500 ปรับฐานช่วงสั้น

หุ้นไทยจ่อหลุด 1,500 ปรับฐานช่วงสั้น

04 สิงหาคม 2557

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสำคัญส่วนใหญ่ของโลกหลุดแนวรับระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป ตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงบ้านเรา ท่ามกลางความกังวลนานัปการ เช่น

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสำคัญส่วนใหญ่ของโลกหลุดแนวรับระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรป ตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงบ้านเรา ท่ามกลางความกังวลนานัปการ เช่น

1) เฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มแข็งแกร่ง

2) ข่าวการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลอาร์เจนตินา

3) ตัวเลขเงินเฟ้อยูโรโซนที่ลงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี ทำให้เพิ่มความกังวลว่ายูโรโซนกำลังเผชิญกับภาวะเงินฝืด

4) ผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทต่างๆ ในยุโรป

5) ความขัดแย้งกรณียูเครน และฉนวนกาซา

บางปัจจัยกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยน้อยมาก เช่น เรื่องอาร์เจนตินาที่มีธุรกรรมด้านการค้า การเงิน และการลงทุนกับเราน้อยมาก ที่สำคัญ อาร์เจนตินาถูกกีดกันออกจากตลาดการเงินโลกไปกว่า 10 ปีแล้ว หลังผิดนัดชำระหนี้เมื่อปี 2544

ขณะที่ความเสี่ยงเรื่อง “เงินฝืด” ในยูโรโซนนั้น ทางอีซีบียังมีพื้นที่ทางนโยบายการเงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้หากจำเป็น คงต้องตามดูการประชุมอีซีบี ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร

ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มดี แม้จะเพิ่มแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ยแต่ผลประกอบการภาคเอกชนที่แนวโน้มดีตามเศรษฐกิจ จะช่วยชดเชยผลกระทบจากดอกเบี้ยไปได้มาก สถิติบ่งชี้ว่าดัชนีดาวโจนส์อยู่ในแนวโน้มแกว่งขึ้น ช่วงที่เฟดทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ย ภาวะตลาดหุ้นสหรัฐตกต่ำมักเกิดในช่วงที่เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัว

จะว่าไปแล้วการปรับฐานของตลาดหุ้นทั่วโลกรอบนี้น่าจะเกิดจากวิ่งขึ้นมายาวมาก จนค่าพี/อีของตลาดสำคัญแตะจุดสูงสุดในรอบหลายๆ ปี โอกาสทำกำไรจึงดูจำกัดสำหรับภาพระยะสั้น เมื่อดัชนีหุ้นหลุดแนวรับสำคัญ จึงเกิดแรงขายตัดขาดทุน หรือหยุดกำไร

ตลาดหุ้นไทยหลังรัฐประหาร ดัชนี SET วิ่งยาวกว่า 160 จุด จนเทรดที่ค่าพี/อีราว 15.4 เท่า ของประมาณการกำไรปี 2557 สูงกว่าค่าพี/อีของตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นที่ 12.6 เท่า ทั้งที่คาดว่ากำไรของเราจะโตต่ำกว่า เนื่องจากตลาดหุ้นตอบรับมุมมองเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการเมือง โรดแมปปฏิรูปการเมือง และการกระตุ้นเศรษฐกิจล่วงหน้าไปมาก แต่กำไรของบจ.และเศรษฐกิจวิ่งตามไม่ทัน

ช่วงสั้น ดัชนี SET อยู่ในช่วงหาฐานราคาใหม่ โดยมีแนวรับที่น่าสนใจทยอยซื้ออยู่แถว 1,470 จุด และ 1,450 จุด

ผมมองการปรับฐานรอบนี้ เป็นโอกาสทยอยซื้อหุ้น ระยะ 6 เดือนขึ้นไปยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้น ตามภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ซึ่งจะหนุนให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนเร่งตัวขึ้นเป็นโต 14% ในปี 2558 จากที่คาดว่าจะโต7% ในปีนี้ กำไรที่เร่งตัวขึ้น กับราคาหุ้นที่ลดลง จะช่วยดึงค่าพี/อีปี 2558 ให้ลงมาต่ำกว่า 13 เท่าอีกครั้ง ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนระยะยาวให้กลับมา

ผู้ลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นไทยต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลแรงขายต่างชาติมากนัก ในมุมกลับหาก ครม.ชุดใหม่สามารถนำโรดแมปไปสู่ภาคปฏิบัติได้เร็ว จะช่วยดึงดูดความสนใจของต่างชาติให้กลับเข้ามาในระยะถัดไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น โฉมหน้า ครม.ชุดใหม่จะมีส่วนช่วยเรียกความเชื่อมั่น หากได้ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับเข้ามาในสัดส่วนที่สูง ผมยังเชื่อลึกๆ ว่า เมื่อรัฐบาลใหม่ตั้งหลักได้แล้ว อาจเป็นช่วงต้นปี 2558 มีโอกาสจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีช่องว่างให้ทำงบขาดดุลได้อีก 3 แสนล้านบาท

แม้เมกะโปรเจกต์บางโครงการอาจยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ แต่มีโครงการจำนวนหนึ่งที่มีความพร้อมสูง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง “ตกผลึก” ทางความคิดร่วมกันแล้ว เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าใน กทม.และปริมณฑล เป็นต้น

นอกจากนั้น “เงินเราก็พร้อม” สามารถทยอยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเฉลี่ย 34 แสนล้านบาท/ปี ในช่วง 8 ปีข้างหน้า โดยหนี้สาธารณะยังไม่เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ 60% ของจีดีพี

การปรับฐานรอบนี้ ให้รอแถวแนวรับหลักๆ เก็บหุ้นที่ได้ประโยชน์แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้แรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ เช่น กลุ่มรับเหมาฯ (ชอบ CK, STEC) ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, MINT) อสังหาฯ (LPN, QH, SPALI) ธนาคาร (KBANK, BBL) เป็นต้น n

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท