
ภาคธุรกิจมุ่งสู่ออนไลน์ ชิงเค้กอีคอมเมิร์ซแสนล.
จากสถิติของสภาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทยระบุว่า อัตราเฉลี่ยของคนไทยที่มีสมาร์ทโฟน
จากสถิติของสภาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทยระบุว่า อัตราเฉลี่ยของคนไทยที่มีสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีมากกว่า 25% และมีการคาดการณ์ว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง โดยยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีอัตราการเติบโต 33% ในไตรมาสแรกของปีนี้และคิดเป็น 63% ของตลาดอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือโดยรวม โดยที่เหลือเป็นสัดส่วนของตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วไปที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน
ตัวเลขจากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ระบุว่า มูลค่าอีคอมเมิร์ซในไทย รวมถึงช็อปปิ้งออนไลน์ ในกลุ่มบีทูซี (BusinesstoConsumer) หรือการขายสินค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ในปี 2555 มีมูลค่าราว 119,647 ล้านบาท ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2556 มูลค่าตลาดธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะมีอัตราการเติบโต 2530% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 1.32-1.35 แสนล้านบาท
แน่นอนว่าในปี 2557 และอนาคตอันใกล้เม็ดเงินจากอีคอมเมิร์ซในไทยจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.3 แสนล้านบาทแน่นอน และจากโอกาสที่มองเห็นทำให้สินค้าและบริการต่างๆ หันมาใช้ออนไลน์ในการทำตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก สินค้าด้านการท่องเที่ยว ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์ เพื่อชิงเค้กอีคอมเมิร์ซมูลค่านับแสนล้าน
ค้าปลีกตบเท้าชิงตลาดออนไลน์
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่กับเทคโนโลยีตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่ทิ้งโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากการขายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว เห็นได้จากการออกมาเปิดตัวธุรกิจออนไลน์ของห้างค้าปลีกแต่ละแห่งที่เริ่มขนสินค้าที่ขายหน้าร้านมาขายผ่านเว็บไซต์มากขึ้น
กลุ่มที่เพิ่งออกมาเปิดตัวว่าจะเอาจริงกับธุรกิจจำหน่ายสินค้าออนไลน์ก็เห็นจะเป็นเดอะมอลล์ กรุ๊ป ด้วยการออกมาเปิดตัวเว็บไซต์ภายใต้ชื่อ www.mglobemall.com เอาใจขาช็อป หลังจากทดลองทำตลาดมา 2 ปี จนมีฐานลูกค้าเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากมีการเพิ่มช่องทางขายในรูปแบบเว็บดีล จำหน่ายคูปองส่วนลดที่เรียกว่า M WOW และคูปองสิทธิประโยชน์ภายใต้ชื่อ M Free เพื่อรับสิทธิซื้อสินค้าและบริการจากร้านอาหาร โรงแรม สถาบันความงาม สุขภาพ และธุรกิจบันเทิงในราคาพิเศษ
ในด้านของค้าปลีกกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่ยอมทิ้งโอกาสเช่นกัน อย่างห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ มียอดขายจากช่องทางออนไลน์ในปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 3 เท่าตัว เช่นเดียวกับเทสโก้ โลตัส ที่ออกมาเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่สำหรับสมาร์ทโฟน เพื่อให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดอีคูปองใช้เป็นส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าในเทสโก้ โลตัส ภายหลังพบตัวเลขคนไทยหันมาใช้ใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 49%
‘ขายตรง’ กับ ‘อีคอมเมิร์ซ’
ณ วันนี้บริษัทขายตรงเริ่มมีการทำโฮมเพจเป็นของตัวเองมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างสักเท่าใดนัก เพราะส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มและยังไม่มีระบบด้งกล่าว และเชื่อว่ากว่าครึ่งของบริษัทขายตรงแทบจะไม่ได้นำอีคอมเมิร์ซเข้ามาใช้
ทั้งนี้ หากจะพูดถึงประโยชน์ของระบบ อีคอมเมิร์ซนั้น อันดับแรกเป็นความสะดวกรวดเร็ว รองลงมาคือลดต้นทุน ส่วนในด้านผู้บริโภคคือ มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย สามารถเปรียบเทียบได้อย่างชัดเจนเพื่อให้ได้สินค้าตรงใจที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่บริษัทจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มหาศาล นั่นคือ ฐานข้อมูลของลูกค้าที่สามารถนำไปต่อยอดให้กับนักขายได้ ปัจจุบันนักขายส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องดังกล่าวมากเท่าได้นัก ส่วนนักขายที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตเลยก็มีอยู่ และด้วยความไม่รู้ไม่เข้าใจในเทคโนโลยี ทำให้มีเสียงสะท้อนกลับมาว่าจะเป็นการแย่งตลาดของพวกเขาหรือไม่ เนื่องจากทุกวันนี้สังคมเสื่อมลงทุกที ไม่รู้ว่าคนที่มีกดกริ่งหน้าบ้านแล้วบอกว่าเป็นพนักงานขายจะแฝงตัวมาอยู่ในคราบโจรหรือไม่ อีกทั้งขายตรงก็ยังเป็นธุรกิจที่สังคมยังสับสนอยู่ว่า เป็นธุรกิจที่ช่วยเหลือคนให้มีโอกาสร่ำรวยหรือเป็นธุรกิจที่หลอกลวงประเภทแชร์ลูกโซ่กันแน่
ถ้าว่ากันจริงๆแล้ว อีคอมเมิร์ซนั้น ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่มกัน เพราะยังมีคนอีกมากที่ไม่สนใจอินเตอร์เน็ตแต่เชื่อว่าไม่นานเทคโนโลยีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันไป คนรุ่นเก่าที่ไม่รู้จักอินเตอร์เน็ตจะลดน้อยลงจนกระทั่งหมดไป เช่นนั้นแล้วต่อไปการเดินเคาะประตูบ้านเพื่อขายสินค้าคงไม่ทันกับระบบอีคอมเมิร์ช
แม้ระบบอีคอมเมิร์ซจะเข้ามามีบทบาทจริง แต่อาจไม่สามารถ ขายสินค้าได้ทุกชนิด เพราะสินค้าขายตรงยังมีอีกมากมายที่จำเป็นต้องใช้คำอธิบาย อาทิ เครื่องกรองน้ำ เครื่องฟอกอากาศ หรือ เครื่องสำอางบางประเภท ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนมีราคาสูง ดังนั้น จึงต้องเห็นตัวสินค้าและทดสอบจนมั่นใจเสียก่อนจึงตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าเห็นเพียงภาพปรากฏบนหน้าเว็บไซต์คงยากที่จะเสี่ยง ฉะนั้น สินค้าที่ดูจะขายได้ง่ายที่สุดในระบบออนไลน์ จึงเป็นกลุ่มอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และสินค้าเกี่ยวกับแฟชั่นความงาม
อย่างไรก็ตาม นักขายสามารถนำทั้งสองสิ่งมาประยุกต์รวมกันได้ เพราะเมื่อนักขายระบุคุณสมบัติสินค้า เบื้องต้นลงในโฮมเพจของตนเอง เมื่อผู้บริโภคสนใจแต่ไม่กล้าตัดสินใจซื้อ ด้งนั้น นักขายสามารถนัดวันเวลาเพื่อนำสินค้าไปทดสอบให้เห็นที่บ้านของผู้บริโภคได้เลย จะสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้นเพราะผู้บริโภคเปิดใจอยู่แล้ว จะทำให้การขายตรงผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ช นับวันจะได้ความสนใจมากยิ่งขึ้น
บิ๊กธุรกิจเปิดแนวรบอีคอมเมิร์ซ
นอกจากนี้ การทำตลาดผ่านออนไลน์เริ่มขยายตัวจากกลุ่มธุรกิจรายกลาง รายย่อย ไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่มากขึ้น บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ มองว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซนับวันจะกลายเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่สำคัญอีกทางหนึ่ง เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคด้านความสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางจำหน่ายที่ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ จากที่ผ่านมาสินค้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้าต่างๆ มากมายกับโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้า
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อสินค้าทางอีคอมเมิร์ซยังจำกัดเฉพาะสินค้าบางกลุ่มเท่านั้น อาทิ สกินแคร์ เครื่องสำอาง ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคหรือของกินของใช้ในชีวิตประจำวันยังมีน้อย และอุปสรรคที่พบบ่อย คือ ปัญหาระบบโลจิสติกส์ หรือระบบขนส่งสินค้าไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ และต้นทุนค่าขนส่งสูงในตลาดต่างจังหวัด
ขณะที่ บุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงซักฟอกเปา กล่าวว่า ในหลายปีที่ผ่านมาได้พัฒนาการจำหน่ายบนเว็บไซต์ www.lion.co.th เพื่อรองรับกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่ม GEN Z ที่ชอบซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ โดยเฉพาะอัตราการใช้สมาร์ทโฟนที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งผลักดันการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ให้เติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลายบริษัทเริ่มขยายช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ เริ่มตั้งแต่ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เปิดตัวเว็บไซต์ Singha Online Shop และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ ทั้งยูนิลีเวอร์ พีแอนด์จี และเนสท์เล่ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญช่องทางออนไลน์มากนัก
ท่องเที่ยวแห่ใช้ออนไลน์ดึงลูกค้า
ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยว ทั้งบริษัททัวร์ แหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ไปจนถึงสายการบิน ล้วนหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านออนไลน์ทั้งสิ้น เพราะเป็นช่องทางสำคัญที่จะเข้าถึงเนื่องจากลูกค้ารุ่นใหม่ๆ มักจะค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านออนไลน์ พร้อมจ่ายเงินจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน แบบเบ็ดเสร็จ
ตัวอย่างผู้ประกอบการที่เล่นตลาดออนไลน์อย่างเห็นได้ชัดก็คือ สายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่ลงทุนทำเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น และมีการจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้าเข้ามาติดตามอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กลุ่มโรงแรม ในอดีตอาจจะมีลูกค้าออนไลน์เพียง 10-20% แต่ปัจจุบันต่างเพิ่มสัดส่วนขึ้นมาต่อเนื่อง ในกลุ่มโรงแรมที่ยังเน้นรับทัวร์ก็จะมีสัดส่วนออนไลน์เพิ่มเป็น 30-40% ขณะที่กลุ่มที่เน้นรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเอง อาจมีสัดส่วนจองออนไลน์ขึ้นไปสูงถึง 70% ของยอดจองทั้งหมดเลยทีเดียว
หากเป็นเครือโรงแรมใหญ่ มักจะทำให้เว็บไซต์ของโรงแรมเปิดให้จองที่พักได้เลย เพื่อลดต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ต้องไปเสียให้กับตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) และสามารถปรับราคาได้สม่ำเสมอเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในช่วงนั้นๆ แต่หากเป็นโรงแรมเล็กๆ มักจะเลือกใช้โอทีเอ เป็นช่องทางการจำหน่าย เพราะยังไม่มีเงินลงทุนมากพอทำระบบการจองเอง อีกทั้งโอทีเอ ก็เป็นช่องทางสำคัญที่จะทำให้ที่พักขนาดเล็กๆ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ แต่ก็ต้องยอมแลกกับการเสียค่าธรรมเนียมสูง หรือต้องยอมลดราคาค่าที่พักต่ำมากๆ เพื่อทำโปรโมชั่นดึงลูกค้า
ด้านบริษัททัวร์ แม้ส่วนใหญ่ยังคงเปิดขายแพ็กเกจผ่านการซื้อขายกับลูกค้าโดยตรง หน้าเว็บไซต์ใช้เป็นเพียงช่องทางการให้ข้อมูลเท่านั้น แต่ธุรกิจทัวร์ยุคใหม่ก็พยายามใช้ช่องทางออนไลน์เข้าไปหาลูกค้าให้มากที่สุด และไม่เพียงแค่มีเว็บไซต์ให้ข้อมูลเท่านั้น ปัจจุบันรายใหญ่บางรายถึงขั้นลงทุนทำแอพพลิเคชั่นของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าโหลดไปดูข้อมูลแพ็กเกจทัวร์และโปรโมชั่นที่อัพเดทอยู่เป็นประจำ
อสังหาฯ ชิมลางขายบ้านออนไลน์
ปัจจุบันบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่เกือบทุกรายต่างหันมาให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์มากขึ้น ทั้งการโฆษณาเกี่ยวกับโครงการใหม่ๆ การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือไลน์เข้ามาเป็นช่องทางในการสื่อสารกับทั้งกลุ่มลูกค้าและกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า เพราะต่างเห็นพลังของสื่อออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่มาก ทำให้มียอดขายที่เกิดจากการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 10% ของยอดขายรวม







