
mai-สวทช.ดันบจ.โตต่อยอดธุรกิจผ่านวิจัย
ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ร่วมมือ สวทช. ใช้งานวิจัยต่อยอดการเติบโต บจ.
ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ร่วมมือ สวทช. ใช้งานวิจัยต่อยอดการเติบโต บจ.
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) “การต่อยอดธุรกิจของ mai ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม” ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และ เอ็ม เอ ไอ มีเป้าหมายเพื่อต่อยอดสร้างการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนใน เอ็ม เอ ไอ
ปัจจุบัน เอ็ม เอ ไอ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 2.7 เท่า จากมาร์เก็ตแคป ณ มูลค่าเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท หลังจากการแข่งขันด้านแรงงานเริ่มถึงทางตันจึงควรใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งในการแข่งขันเข้ามาทดแทนในการแข่งขันเพื่อมาต่อยอดสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ
ทั้งนี้ บจ. ใน เอ็ม เอ ไอ จะได้รับงานวิจัยจาก สวทช.เพื่อนำไปใช้ศึกษาต่อยอดการเติบโตของธุรกิจ แต่หากไม่มีงานวิจัยที่ต้องการสามารถเข้าขอคำปรึกษาแนะนำจากนักวิทยาศาสตร์ สวทช. ซึ่งมีความพร้อมในด้านเครื่องมือและห้องแล็บเพื่อมาใช้ประโยชน์ได้
“เอ็ม เอ ไอ มีหน้าที่สร้างการเติบโตให้ บจ. เพื่อเชื่อมให้ทั้ง 2 ฝ่ายเกิดความร่วมมือกัน เป้าหมายลำดับแรกคือให้ บจ.มาเลือกดูงานวิจัยว่างานไหนสามารถต่อยอดใช้ประโยชน์ได้ แต่ถ้าไม่มีเป้าหมายที่สอง จะตั้งโจทย์ให้ สวทช.ดูว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์ด้านไหนมาช่วยได้ และเป้าหมายที่สามจะตั้งคณะกรรมการร่วมทั้งสามฝ่ายเพื่อทำงานร่วมกันในครึ่งหลังปี 2558” นายประพันธ์ กล่าว
นอกจากนั้น ยังเป็นการรองรับในวันที่ 1 ม.ค. 2558 ซึ่ง เอ็ม เอ ไอ จะมีการแบ่งอุตสาหกรรมออกเป็น 8 กลุ่ม ขณะที่ความร่วมมือในครั้งนี้จะมีการแบ่งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มาช่วยศึกษาว่าแต่ละกลุ่มธุรกิจมีความต้องการอะไร
ทั้งนี้ ในปี 2557 คาดว่าจำนวน บจ. ใน เอ็ม เอ ไอ จะเพิ่มเป็น 111 แห่ง จากปัจจุบันมี 101 แห่ง โดยยังไม่นับ บจ. อีก 23 แห่งใน เอ็ม เอ ไอ ซึ่งมีคุณสมบัติและศักยภาพที่จะย้ายเข้าไปซื้อขายใน ตลท. โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมี บจ.ใหม่ที่จะเข้าเอ็ม เอ ไอ อีก 10 แห่ง







