
"โอช้อปปิ้ง" บุกทีวีดิจิทัล 3 ปีรั้งเบอร์สองเตะ 3,000 ล้าน
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว สำหรับค่ายโอช้อปปิ้ง พร้อมกับการปรับแผนตลาดใหม่ รุกขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านทางทีวีดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับการเกิดทีวีดิจิทัล ผู้ชมมีทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น และธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง ที่เริ่มมีคู่แข่งตบเท้าเข้ามาชิงเค้กเพิ่มขึ้น หลังจากตลาดเติบโต ผู้บริโภคเปิดการสั่งซื้อสินค้าที่บ้าน
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว สำหรับค่ายโอช้อปปิ้ง พร้อมกับการปรับแผนตลาดใหม่ รุกขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านทางทีวีดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับการเกิดทีวีดิจิทัล ผู้ชมมีทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น และธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง ที่เริ่มมีคู่แข่งตบเท้าเข้ามาชิงเค้กเพิ่มขึ้น หลังจากตลาดเติบโต ผู้บริโภคเปิดการสั่งซื้อสินค้าที่บ้าน
ซองนักเจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจโอ ช้อปปิ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง ช่องโอช้อปปิ้ง เปิดเผยว่า บริษัทได้ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านทางทีวีดิจิทัล โดยประเดิม 2 ช่องหลักของแกรมมี่ ได้แก่ ช่องวัน ระบบเอชดี และช่องบิ๊ก ระบบเอสดี เป็นรูปแบบการเช่าเวลาเพื่อออกอากาศ ซึ่งปัจจุบันบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เป็นผู้ร่วมทุนธุรกิจโฮมช็อปปิ้งกับ ซีเจ โอ ช้อปปิ้ง จากประเทศเกาหลี
ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างเจรจากับทีวีดิจิทัลเพิ่มอีก 2 ช่อง คาดว่าจะสรุปความชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่ง เหตุผลความสำคัญในการขยายสู่ทีวีดิจิทัล เพื่อสร้างแบรนด์โอช้อปปิ้งให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น อีกทั้งเพิ่มโอกาสดึงลูกค้ามาเปิดรับชมช่องโอช้อปปิ้งผ่านทางดาวเทียมตลอด 24 ชั่วโมงก็มีสูง รวมทั้งเกิดการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังรองรับกับการแข่งขันคู่แข่งรายใหม่ ที่เริ่มมาเปิดรายการโฮมช็อปปิ้งผ่านทางทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น
ที่ผ่านมาโอช้อปปิ้งเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านทางเคเบิลทีวีที่ครอบคลุมเกือบ 300 ช่อง เป็นการชูกลยุทธ์การสร้างแพลตฟอร์ม ทั้งการออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมงทางโอช้อปปิ้ง และเคเบิลทีวี ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้หลักสัดส่วน 70% และทางแอร์ไทม์เป็นช่องทางเสริมผ่านทางทีวีดิจิทัล สร้างรายได้ในสัดส่วน 30%
นั่นคือแผนตลาดที่บริษัทวางไว้รับมือกับคู่แข่งทีวีดิจิทัล โดยรับชมได้ที่ช่อง 0 ช่อง 8 ช่อง 47 ,PSI ช่อง 48
เมื่อมองถึงตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งมูลค่า 8,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 1015% โดยมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น 23 ราย เนื่องจากตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยเริ่มสั่งซื้อสินค้าทางโฮมช็อปปิ้งเพิ่มขึ้น เพราะการนำเสนอสินค้าราคาพิเศษและโปรโมชั่นสร้างความแตกต่างระหว่างช่องทางออฟไลน์ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยังตอบโจทย์ความสะดวกสบาย
ขณะที่แผนงานในช่วงครึ่งปีหลัง จะเปิดตัวสินค้าใหม่ 100150 รายการ จากปัจจุบันมีสินค้าทั้งหมด 300 รายการ จาก 10 กลุ่ม โดยกลุ่มสินค้าที่สร้างรายได้หลักมาจากอาหารเสริม เครื่องประดับ และแฟชั่น สัดส่วน 28% สินค้าไอที 18.5% เครื่องครัว 20.5% และเครื่องออกกำลังกาย 2.2% และล่าสุดได้จับมือกับบริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯ นำชุดชั้นใน วาโก้กระชับสัดส่วนจำหน่ายผ่านทางโอช้อปปิ้ง ตั้งเป้ารายได้ปีหน้า 200 ล้านบาท
“ประสบการณ์เข้ามาทำตลาดในไทย 1 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ยอดขายเติบโตดีขึ้น ครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีรายได้ 500 ล้านบาท เติบโตถึง 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา ขณะนี้กลุ่มสินค้าแฟชั่นและไอทีกลายเป็นสินค้าดาวรุ่งและเติบโตสูง” ซองนักเจ กล่าว
สำหรับปีนี้โอช้อปปิ้งวางเป้าหมายรายได้สิ้นปี 1,300 ล้านบาท มีอัตราเติบโต 10-20% และตั้งเป้า 3 ปีข้างหน้า ต้องการรั้งอันดับ 2 ครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 12% เป็น 20% หรือมีรายได้ 3,000 ล้านบาท แทนที่ ทรูซีเล็คท์ โฮมช็อปปิ้ง ปัจจุบันมีส่วนแบ่ง 15% เป็นอันดับ 2 ส่วนผู้นำตลาดทีวีไดเร็ค ส่วนแบ่ง 25%
เป้าหมายของโอช้อปปิ้งคงไม่ยากมากนัก เพราะ มีแกรมมี่เป็นบังเหียนปูทางให้แจ้งเกิดบนทีวีดิจิทัล อยู่แล้ว







