
3เดือนธุรกิจไม่ฟื้น
ยอดขายคำสั่งซื้อลงทุนหนัก
รอ46เดือนหรืออย่างช้าปีหน้า
โพสต์ทูเดย์
— การเมืองกระทบธุรกิจไทย ส่งผลยอดขาย คำสั่งซื้อ การลงทุน ทรุดฮวบ 3 เดือนแรกเชื่อยังฟื้นยากนางยาใจ ชูวิชา ประธานคณะจัดทำการสำรวจความคิดเห็นประเด็นธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและธุรกิจไทยหลังเหตุการณ์จลาจล ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 400 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 2125 พ.ค. 2553พบว่าผู้ประกอบการเห็นว่าผลกระทบที่ได้รับเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ ได้แก่ ยอดขายลดลง 22.8% ต้นทุนเพิ่มขึ้น 1.9% ยอดคำสั่งซื้อในประเทศลดลง 18.6% ยอดรับคำสั่งซื้อต่างประเทศลดลง 10.19% และการขยายการลงทุนลดลง 18.6%
ทั้งนี้ แยกเฉพาะกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม พบว่ายอดขายลดลงถึง 75.5% ต้นทุนเพิ่มขึ้น 8.8% การจ้างงานลดลง 80% สภาพคล่องทางธุรกิจลดลง 62.1% ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง 55% การขยายการลงทุนลดลง 43.3% โดยแยกเป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง 74% และนักท่องเที่ยวไทยลดลง 78.3% มียอดการจองโรงแรมและทัวร์ลดลง 81% และการยกเลิกการจองที่พักและทัวร์เพิ่มขึ้น 11%
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ 62.9% ยังคงดำเนินการผลิตและบริการเป็นปกติ ไม่เปลี่ยนแปลง ดำเนินการเพิ่มขึ้น 11.2% และลดลง 25.9% ส่วนใหญ่มองว่าจะใช้เวลา 46 เดือน หรือใช้เวลาฟื้นตัวถึงต้นปี 2554 ในการกลับมาดำเนินการ เป็นปกติอีกครั้ง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ 45% มองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.14% และ 19.2% เชื่อว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 4.15% เนื่องจากมีผู้ประกอบการคิดว่าธุรกิจของตนเองจะกลับมาสู่ภาวะปกติจำนวน 39.5% และดีขึ้นถึงดีมาก 49.5 % ประกอบกับผู้ประกอบการ 43.3% มองว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังจากการจลาจลกลับสู่ภาวะปกติจึงส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง
สำหรับสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการให้รัฐบาลควรเร่งดำเนินการหลังจากเกิดจลาจล ได้แก่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว บูรณะซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลาย สร้างความสามัคคีคนในชาติ ดำเนินการกับผู้กระทำผิด และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ส่วนมาตรการเพื่อช่วยเหลือให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปและแข่งขันได้ คือ กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ลดหย่อนภาษีให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกรระทบ โดยเฉพาะผู้ที่อยุ่ในเขตชุมชน ช่วนยเหลือด้านการเงินแก่ผุ้ที่ได้รับผลกระทบ ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว และหาพื้นที่ในการทำธุรกิจชั่วคราว
ขณะที่มาตรการทั่วไปที่รัฐบาลควรดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัว ได้แก่ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุน ส่งเสริมและฟื้นฟูการท่องเที่ยว เร่งใช้จ่ายเงินภาครัฐ และดูแลราคาสินค้าเกษตร
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ในการทำธุรกิจจะแย่ลงมากภายใน 3 เดือนแรก หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ในระยะยาวผู้ประกอบการมองว่าทั้งเศรษฐกิจและธุรกิจส่วนตัวจะปรับตัวดีขึ้น โดยดูได้จากการใช้กำลังการผลิตที่ยังไม่ลดลง







