posttoday
โค้ชงานต่างวัฒนธรรม (จบ)

โค้ชงานต่างวัฒนธรรม (จบ)

31 กรกฎาคม 2557

ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงการเตรียมการโค้ชผู้ที่มาจากต่างวัฒนธรรม และเน้นว่าไม่ควรเหมารวมว่าผู้ที่มาจากประเทศนั้นจะมีค่านิยมหรือวิถีการคิดเหมือนกันทุกคน

ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงการเตรียมการโค้ชผู้ที่มาจากต่างวัฒนธรรม และเน้นว่าไม่ควรเหมารวมว่าผู้ที่มาจากประเทศนั้นจะมีค่านิยมหรือวิถีการคิดเหมือนกันทุกคน

การปรับตัวเริ่มจากการพูดคุยเพื่อศึกษาและสังเกตว่าผู้ได้รับการโค้ช (โค้ชชี่) แต่ละคนเป็นแบบใด แนวทางสังเกต เช่น ด้านการสื่อสาร คือ หนึ่ง สื่อสารตรงไปตรงมาหรือสื่อสารแบบอ้อมๆ สอง สื่อสารเป็นทางการหรือแบบเป็นกันเอง สาม สื่อสารแบบใส่ใจความรู้สึกผู้อื่นหรือสื่อสารบนข้อเท็จจริง ด้านการบริหารเวลา คือ ยึดถือว่าเวลามีจำกัดหรือเวลามีเหลือเฟือ พูดคุยได้เรื่อยๆ ไม่ดูเวลา ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์

ด้านเป้าหมาย หนึ่ง ตั้งเป้าหมายโดยอิงจากความต้องการของตนเองเป็นหลัก หรืออิงความต้องการของกลุ่ม สอง เน้นกระบวนการหรือเน้นผลลัพธ์ ด้านการจัดการในองค์กร หนึ่ง เน้นกฎระเบียบเดียวใช้ด้วยกันทั้งหมดหรือเน้นการปรับกระจายอำนาจตามความต้องการของหน่วยธุรกิจ สอง เน้นแข่งขันหรือเน้นความร่วมมือ

ด้านรูปแบบการคิด หนึ่ง เริ่มจากภาพใหญ่ไปหารายละเอียด หรือเริ่มจากรายละเอียดไปหาภาพใหญ่ สอง ชอบวิเคราะห์ แยกแยะออกมา หรือชอบเชื่อมโยงส่วนต่างๆ เข้าหากัน การปรับตัวจะช่วยสร้างความไว้วางใจและสัมพันธภาพที่ดีในการโค้ช จากการวิจัยต่างๆ พบว่าสัมพันธภาพของโค้ชกับโค้ชชี่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโค้ชชี่ถึง 30%

นอกจากนี้ การโค้ชมีกระบวนการที่โค้ชช่วยให้โค้ชชี่ตั้งเป้าหมายและวางแผนการเรียนรู้ เพื่อเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา ไม่ว่าโค้ชชี่จะมาจากวัฒนธรรมใดโค้ชจะวิเคราะห์ลักษณะการเรียนรู้ของโค้ชชี่ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อช่วยวางแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับโค้ชชี่แต่ละคน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การเรียนรู้ที่แตกต่างกัน เช่น หนึ่ง กลุ่มที่เรียนรู้ได้เร็วด้วยการเห็น (Visual Learner) คือเป็นกลุ่มที่เรียนรู้ได้ดีถ้าเรียนหรือใช้การติดตามผลโดยใช้สื่อรูปภาพ แผนภูมิ แผนผัง หรือจากเนื้อหาที่เขียนเป็นเรื่องราว สังเกตได้จากคำพูดที่เขาเลือกใช้ เช่น “เห็นภาพไหมว่า../ผมมองว่า..”

สอง เป็นกลุ่มที่เรียนรู้ได้ดีทางโสตประสาท (Auditory Learner) เรียนรู้ได้ดีที่สุดถ้าได้ฟังหรือได้พูด หรือแลกเปลี่ยนให้ผู้อื่นฟัง คุณลักษณะพิเศษของคนกลุ่มนี้ ได้แก่ การมีทักษะในการได้ยินและได้ฟังที่เหนือกว่าคนอื่น ดังนั้นจึงสามารถเล่าเรื่องต่างๆ ได้อย่างละเอียดลออ และรู้จักเลือกใช้คำพูด ในด้านการคิด มักจะคิดเป็นคำพูด และชอบพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่า../ ฉันได้ฟังมาเหมือนกับว่า”

สาม กลุ่มที่เรียนรู้ได้ดีโดยการเคลื่อนไหว สัมผัส และใช้ความรู้สึก (Kinesthetic Learner) เป็นกลุ่มที่จดจำได้ดีหากได้มีการปฏิบัติจริง ได้แสดงออก เช่น ให้แสดงบทบาทสมมติ สาธิต ทำการทดลอง หรือให้พูดประกอบการแสดงท่าทาง เราสังเกตได้จากคำพูดที่เขาใช้บ่อยๆ ว่า “ฉันรู้สึกว่า”

การป้องกันปัญหาที่มาจากมุมมองหรือวัฒนธรรมการบริหารเวลาที่ต่างกันคือ โค้ชควรคุยกับเจ้าของโครงการ หรือสปอนเซอร์ของโครงการ พร้อมกับโค้ชชี่ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่ารูปแบบ (Model) ที่ใช้ในการโค้ชเป็นอย่างไร บทบาทหน้าที่ของทั้งคู่ และผู้เกี่ยวข้องคืออะไร แล้วกระบวนการการโค้ชเป็นอย่างไร โค้ชชี่มีความรับผิดชอบอะไรบ้าง เปรียบเหมือนการเดินทางไกลร่วมกัน ควรตกลงกันก่อนว่า ใครทำหน้าที่อะไร เราจะแวะตรงไหนระหว่างทาง เราต้องใช้อะไรระหว่างการเดินทางบ้าง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ