
กระบวนการรับฝากข้าวเน่าทั้งกระบวนการ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในที่ประชุม สรุปผลการตรวจสอบข้าวสารสต๊อกรัฐบาลของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณข้าว 100 คณะ
ผลความคืบหน้าล่าสุดได้ทำการตรวจสอบข้าวทั่วประเทศไปแล้ว 1,290 แห่ง คิดเป็นสัดส่วน 72% จากโกดังและไซโลทั้งหมด 1,787 แห่ง พบว่า 80% เป็นข้าวที่มีคุณภาพและถูกต้อง มีข้าวในโกดังที่รับฝากไว้เพียง 10% ที่ไม่ตรงกับที่แจ้งและเสื่อมคุณภาพ จึงต้องตรวจสอบในรายละเอียดต่อไป
แม้ว่าข้าวสารที่ได้รับการตรวจสอบ จะพบปริมาณข้าวที่มีปัญหาทั้งข้าวหายและข้าวเสื่อมคุณภาพในสัดส่วนเพียงแค่ 10% แต่คิดคร่าวๆประมาณ 1.8 ล้านตัน จากปริมาณข้าวในสต๊อกทั้งหมด 18 ล้านตัน ก็ถือว่าเป็นความเสียหายในสัดส่วนที่สูง
ในแง่ของผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายข้าวสต๊อกรัฐบาลที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก พบว่า หากเป็นข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกช่วง 2 ปีแรก คือ โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ฤดูกาล 2554/2555 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาล 2555/2556 ซึ่งมีปริมาณสัดส่วนข้าวสารเกินครึ่งของสต๊อกข้าวทั้งหมด มีการทำสัญญาแบบเช่า โดยรัฐบาลสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ เฉพาะบริษัทปรับปรุงคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) เท่านั้น
ส่วนเจ้าของโกดังไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะเป็นเพียงผู้ให้เช่าคลังเท่านั้น ถือเป็นความหละหลวมที่สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของทรัพย์ซึ่งก็คือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) มิได้ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐเยี่ยงวิญญูชนพึงกระทำ
ส่วนสัญญารับฝากข้าวที่กำหนดขึ้นมาใหม่ เพื่อให้การเก็บสต๊อกข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลมีความรัดกุมมากขึ้น เริ่มนำมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ฤดูกาล 2557/2558 ซึ่งเจ้าของโกดังจะต้องรับผิดชอบต่อข้าวสารในสต๊อกที่รับฝากหากเกิดความเสียหายหรือเกิดการสูญหาย เพราะเป็นคู่สัญญาโดยตรง โดยเจ้าของโกดังที่มีปัญหาจะต้องไปฟ้องร้องต่อบริษัทเซอร์เวเยอร์อีกทอดหนึ่ง
ขณะที่หน่วยงานรับผิดชอบของภาครัฐ และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ประกอบการโกดัง ไซโลข้าว และบริษัทเซอร์เวเยอร์ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำของรัฐบาลทั้ง อคส.และ อ.ต.ก. กลับหยิบยกสัญญาขึ้นมาไล่บี้ความผิดกับภาคเอกชน
ตามข้อเท็จจริง อคส.และ อ.ต.ก.ได้งบประมาณจากรัฐบาลเพื่อใช้ในการดูแลรักษาสต๊อกข้าวของรัฐบาลในช่วง 3 ปี ซึ่งเป็นจำนวนเงินปีละกว่า 6,000 ล้านบาท ควรมีส่วนต่อความรับผิดชอบของความเสียหายจากข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล
เงินจำนวน 6,000 ล้านบาท ได้ถูกกระจายออกไปให้กับเจ้าของโกดังและไซโลกันถ้วนหน้าจากการรับฝากข้าว แต่กลับไร้มาตรการในการดูแลและรับผิดชอบในการเก็บรักษาแม้แต่น้อย
กรณีตำรวจภาค 1 แถลงรวบตัว 2 เจ้าของโกดังข้าว จ.ปทุมธานี ขโมยข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวกว่า 9.8 หมื่นกระสอบค่ากว่า 98 ล้านบาท แอบนำไปขาย เร่งตามจับอีก 5 คนคือตัวอย่างของความหละหลวมในการจัดการดูแลทรัพย์สินของรัฐ
ฐานที่ปล่อยให้ กิตติพงศ์ แสนวรางกุล และธีระศักดิ์ แสนวรางกุล ชาว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ร่วมกันวางแผนโดยทำสัญญาให้เช่าพื้นที่โกดังเพื่อเก็บข้าวกับ อ.ต.ก. หลังจากที่รับข้าวจาก อ.ต.ก.แล้ว กลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันขโมยข้าวที่ฝากไว้หลายครั้งต่อเนื่องกันรวมข้าวที่สูญหาย 9.8 หมื่นกระสอบ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 98 ล้านบาท เป็นตัวสะท้อนว่ามาตรการในการรักษาทรัพย์สินที่นำไปฝากไว้ในโกดังหละหลวม
ทั้งๆ ที่ในทางปฏิบัติแล้วการดูแลข้าวในโกดังและไซโลที่รับฝากข้าวที่รับจำนำไว้ เจ้าหน้าที่ของ อคส.และ อ.ต.ก. เป็น 1 ใน 3 ที่ถือกุญแจโกดังข้าวสารสต๊อกรัฐบาล
ส่วนกุญแจอีก 2 ดอก ถูกถือโดยบริษัทเซอร์เวเยอร์ที่ต้องรับผิดชอบตามสัญญาเช่าและสัญญารับฝาก และอีก 1 ผู้รับผิดชอบคือผู้แทนระดับจังหวัด
ผู้ที่ควรมีส่วนต่อความรับผิดชอบความเสียหายในสต๊อกข้าวสารรัฐบาลจะต้องครอบคลุม 4 ฝ่าย คือ อคส.และ อ.ต.ก. ซึ่งเป็นผู้ใช้งบประมาณในการทำสัญญาว่าจ้างภาคเอกชน ผู้ประกอบการโกดังข้าวเซอร์เวเยอร์ และผู้แทนระดับจังหวัด
เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน ในกรณีของข้าวหายหรือแม้แต่ข้าวเสื่อมคุณภาพ ผู้ที่รักษากุญแจทั้ง 3 ดอก หรือคู่สัญญาจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยตรง มิใช่ไปไล่บี้ความผิดเฉพาะหน้าจากภาคเอกชนเพียงแต่ฝ่ายเดียว
เพราะสัญญาระหว่างภาครัฐและเอกชน ได้เปิดช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตทั้งในระดับเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของภาครัฐ ที่อาศัยอำนาจแสวงหาพรรคพวกมาเข้าร่วมโครงการของภาครัฐ
ไม่ใช่พอเกิดปัญหาก็โยนความผิดตามสัญญาที่ว่าจ้างให้เอกชนรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวมิได้
หากเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่รู้เห็นเป็นใจ ใครก็ทุจริตหากินกับข้าวไม่ได้







