posttoday
ล็อบบี้‘จีน-มาเลย์’ซื้อข้าว1.7ล้านตัน

ล็อบบี้‘จีน-มาเลย์’ซื้อข้าว1.7ล้านตัน

31 กรกฎาคม 2557

พาณิชย์ดอดกล่อมจีนมาเลย์ ซื้อข้าวไทยฤดูใหม่ 1.7 ล้านตัน หวังดึงผลผลิตออกจากตลาด

พาณิชย์ดอดกล่อมจีนมาเลย์ ซื้อข้าวไทยฤดูใหม่ 1.7 ล้านตัน หวังดึงผลผลิตออกจากตลาด

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงมีแผนจะผลักดันการส่งออกข้าวในระยะเร่งด่วน 36 เดือนข้างหน้า โดยจะเจรจาขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้ กับคอฟโก รัฐวิสาหกิจของจีนให้ซื้อ ข้าวฤดูกาลใหม่จากไทย หรือข้าวนาปรังปี 2557 และข้าวนาปี 2557/2558 ปริมาณ 1 ล้านตัน โดยจะเป็นการเจรจาขายในกรอบสัญญาใหม่ รวมทั้งจะเจรจากับผู้ซื้อมาเลเซียที่มีความประสงค์จะซื้อข้าว ให้ซื้อข้าวใหม่ประมาณ 7 แสนตัน

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากเจรจาสำเร็จจะช่วยรองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาดได้มาก และมีผลทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง

“การขายข้าวให้กับจีนและมาเลเซีย 1.7 ล้านตัน จะเป็นกรอบใหม่ ไม่รวมกับกรอบเดิม 1 ล้านตัน ที่ไทยทำไว้กับคอฟโก และเพิ่งมีการนำเข้าไปแค่ 1 แสนตัน ก็จะมีการเจรจาให้จีนนำเข้าเพิ่มเติมตามกรอบเดิมอีก 3 แสนตันด้วย” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

น.ส.ชุติมา กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะขยายตลาดข้าวสารภายในประเทศ โดยการเชื่อมโยงตลาด และหาช่องทางใหม่ในการขายข้าวไปยังหน่วยงานราชการและหน่วยงานอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล ค่ายทหาร และเรือนจำ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายในการขายข้าวให้ได้ประมาณ 1.8 แสนตัน

ขณะที่แผนการระบายสต๊อกข้าว หลังได้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยกำหนดกรอบการระบายในช่วง 2 เดือนนี้ ไว้ประมาณ 25 แสนตัน คาดว่าจะเริ่มได้เดือน ส.ค.ก.ย.นี้ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะสามารถเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกเป็นการทั่วไป เพื่อขายทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ และขอยืนยันว่าข้าวที่นำมาเปิดประมูลได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว โดยเชื่อว่าการระบายข้าวของภาครัฐปีนี้จะส่งออกได้ 34 ล้านตัน หากรวมกับการส่งออกของภาคเอกชนด้วยน่าจะส่งออกข้าวได้เกิน 8 ล้านตัน

ทั้งนี้ตามแผนการระบายข้าวนั้น

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก มีแผนที่จะเก็บสต๊อกข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากปริมาณ 2 ล้านตัน โดยจะชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการในอัตรา 3% ตามวงเงินที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อให้เริ่มซื้อข้าวตั้งแต่พ.ย.2557ม.ค.2558 และให้เก็บสต๊อกตั้งแต่พ.ย.2557ก.ค.2558 คาดว่าจะใช้เงินดำเนินการ 315 ล้านบาท

++พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยจะให้สินเชื่อกับเกษตรกรในอัตรา 80% ของราคาตลาดเฉลี่ย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 3 แสนบาท เพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกในช่วงออกสู่ตลาดมาก โดยให้เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตัวเอง จะดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก โดยมีวงเงินดำเนินการ 1,121 ล้านบาท

++“แผนการรับมือกับผลผลิตข้าวนาปี 57/58 ที่กำลังจะออกมา ทั้งการเร่งเจรจาขายข้าวออกไปต่างประเทศ และหาช่องทางใหม่ๆ ในการขายข้าวในประเทศ รวมถึงมาตรการในการเก็บสต๊อกข้าวเปลือกเอาไว้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก จะช่วยให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ และไม่มีปัญหาราคาตกต่ำ”น.ส.ชุติมากล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล