
ล็อบบี้‘จีน-มาเลย์’ซื้อข้าว1.7ล้านตัน
พาณิชย์ดอดกล่อมจีนมาเลย์ ซื้อข้าวไทยฤดูใหม่ 1.7 ล้านตัน หวังดึงผลผลิตออกจากตลาด
พาณิชย์ดอดกล่อมจีนมาเลย์ ซื้อข้าวไทยฤดูใหม่ 1.7 ล้านตัน หวังดึงผลผลิตออกจากตลาด
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงมีแผนจะผลักดันการส่งออกข้าวในระยะเร่งด่วน 36 เดือนข้างหน้า โดยจะเจรจาขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้ กับคอฟโก รัฐวิสาหกิจของจีนให้ซื้อ ข้าวฤดูกาลใหม่จากไทย หรือข้าวนาปรังปี 2557 และข้าวนาปี 2557/2558 ปริมาณ 1 ล้านตัน โดยจะเป็นการเจรจาขายในกรอบสัญญาใหม่ รวมทั้งจะเจรจากับผู้ซื้อมาเลเซียที่มีความประสงค์จะซื้อข้าว ให้ซื้อข้าวใหม่ประมาณ 7 แสนตัน
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากเจรจาสำเร็จจะช่วยรองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาดได้มาก และมีผลทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง
“การขายข้าวให้กับจีนและมาเลเซีย 1.7 ล้านตัน จะเป็นกรอบใหม่ ไม่รวมกับกรอบเดิม 1 ล้านตัน ที่ไทยทำไว้กับคอฟโก และเพิ่งมีการนำเข้าไปแค่ 1 แสนตัน ก็จะมีการเจรจาให้จีนนำเข้าเพิ่มเติมตามกรอบเดิมอีก 3 แสนตันด้วย” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว
น.ส.ชุติมา กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนที่จะขยายตลาดข้าวสารภายในประเทศ โดยการเชื่อมโยงตลาด และหาช่องทางใหม่ในการขายข้าวไปยังหน่วยงานราชการและหน่วยงานอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล ค่ายทหาร และเรือนจำ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายในการขายข้าวให้ได้ประมาณ 1.8 แสนตัน
ขณะที่แผนการระบายสต๊อกข้าว หลังได้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยกำหนดกรอบการระบายในช่วง 2 เดือนนี้ ไว้ประมาณ 25 แสนตัน คาดว่าจะเริ่มได้เดือน ส.ค.ก.ย.นี้ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะสามารถเปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกเป็นการทั่วไป เพื่อขายทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ และขอยืนยันว่าข้าวที่นำมาเปิดประมูลได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว โดยเชื่อว่าการระบายข้าวของภาครัฐปีนี้จะส่งออกได้ 34 ล้านตัน หากรวมกับการส่งออกของภาคเอกชนด้วยน่าจะส่งออกข้าวได้เกิน 8 ล้านตัน
ทั้งนี้ตามแผนการระบายข้าวนั้น
นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก มีแผนที่จะเก็บสต๊อกข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากปริมาณ 2 ล้านตัน โดยจะชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการในอัตรา 3% ตามวงเงินที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อให้เริ่มซื้อข้าวตั้งแต่พ.ย.2557ม.ค.2558 และให้เก็บสต๊อกตั้งแต่พ.ย.2557ก.ค.2558 คาดว่าจะใช้เงินดำเนินการ 315 ล้านบาท
++พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือกโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยจะให้สินเชื่อกับเกษตรกรในอัตรา 80% ของราคาตลาดเฉลี่ย วงเงินกู้รายละไม่เกิน 3 แสนบาท เพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกในช่วงออกสู่ตลาดมาก โดยให้เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางของตัวเอง จะดำเนินการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก โดยมีวงเงินดำเนินการ 1,121 ล้านบาท
++“แผนการรับมือกับผลผลิตข้าวนาปี 57/58 ที่กำลังจะออกมา ทั้งการเร่งเจรจาขายข้าวออกไปต่างประเทศ และหาช่องทางใหม่ๆ ในการขายข้าวในประเทศ รวมถึงมาตรการในการเก็บสต๊อกข้าวเปลือกเอาไว้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก จะช่วยให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพ และไม่มีปัญหาราคาตกต่ำ”น.ส.ชุติมากล่าว







