posttoday
BIG Foot กระเป๋าไทย วัดรอยแบรนด์ดังโกอินเตอร์

BIG Foot กระเป๋าไทย วัดรอยแบรนด์ดังโกอินเตอร์

30 กรกฎาคม 2557

การปรับตัวทางธุรกิจภายใต้ภาวการณ์ที่ผันผวนเพื่อให้กิจการอยู่รอด โดยเฉพาะในภาคการผลิตของไทย

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

การปรับตัวทางธุรกิจภายใต้ภาวการณ์ที่ผันผวนเพื่อให้กิจการอยู่รอด โดยเฉพาะในภาคการผลิตของไทย ที่เริ่มปรับตัวจากผู้ผลิตมาสู่การสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองมากขึ้น เช่นเดียวกับกระเป๋า BIG Foot แบรนด์สินค้าคนไทยที่หันมาทำตลาดทั้งในและต่างประเทศภายใต้แบรนด์ของตัวเองเช่นกัน

ขนิษฐา นภาวรกุล กรรมการบริหาร บริษัท โจเฮาส์ ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้ากระเป๋าภายใต้แบรนด์ “BIG Foot” เล่าจุดเริ่มต้นธุรกิจที่ต่อยอดมาจากพื้นฐานธุรกิจการทำกระเป๋าของสามี และหันมาสร้างแบรนด์ดังกล่าวเป็นของตัวเองตั้งแต่ 5 ปีก่อน เพื่อความอยู่รอดของกิจการที่ก่อนหน้าเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) กระเป๋าให้กับแบรนด์ต่างๆ หรือสินค้าสมนาคุณ (พรีเมียม) ให้กับลูกค้าของหน่วยงานองค์กร

ด้วยมองว่าการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองน่าจะเป็นอีกหนึ่งหนทางอยู่รอดของธุรกิจ ท่ามกลางภาวะกดดันจากเมื่อ 5 ปีก่อน เจ้าของสินค้าไลฟ์สไตล์กลุ่มต่างๆ ของไทย ซึ่งรวมทั้งกระเป๋าของเธอเองกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากสินค้าจีนที่ทะลักเข้ามาทำตลาดในไทยด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า และทำให้เกิดการแข่งขันสูงด้านราคา ซึ่งทำให้ผู้ผลิตไทยในช่วงนั้นอยู่กันยากขึ้น โดยบริษัทมองเห็นแล้วว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก หากจะอยู่แค่เฉพาะการเป็นโออีเอ็ม

“เราศึกษาแบรนด์ดังในต่างประเทศอย่างไนกี้ ซึ่งมีแต่แบรนด์เท่านั้น ไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองแต่อย่างใด แต่ใช้วิธีจ้างผลิตจากโรงงานต่างๆ อย่างในอินโดนีเซีย และมุ่งทำตลาดผ่านการสร้างแบรนด์ ซึ่งธุรกิจสามารถเติบโตได้จากแบรนด์ที่แข็งแกร่ง” ขนิษฐา กล่าว

นอกจากจะใช้ความชำนาญจากการเป็นผู้ผลิตกระเป๋าแล้ว BIG Foot ยังนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบสินค้ากระเป๋าคอลเลกชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความแตกต่างไปจากตลาดเดียวกัน โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญอย่างจีน เช่น กระเป๋าเป้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) กระเป๋าเป้ขลิบเส้นสะท้อนแสง สำหรับนักปั่นจักรยานในยามค่ำคืน ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เป็นต้น

ส่วนที่มาของแบรนด์ “BIG Foot” ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปรอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่างไดโนเสาร์นั้น เธอบอกว่ามีนัยแฝงอยู่ เพื่อต้องการให้เป็นแบรนด์กระเป๋าที่อยู่ในใจและจดจำของลูกค้าได้ตลอดชนิดที่ไม่มีวันเลือนหาย เช่นเดียวกับตำนานของไดโนเสาร์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อหลายพันล้านปีก่อน แต่ก็ยังเป็นที่กล่าวขานถึงและอยู่ในใจของทุกคนในปัจจุบัน

ปัจจุบัน กระเป๋า BIG Foot มีโรงงานตั้งอยู่ที่ย่านประชาอุทิศ และมีกำลังผลิตเต็มที่อยู่ที่ 3 หมื่นใบต่อเดือน แต่ใช้สายการผลิตวิ่งอยู่ที่ 80-90% ซึ่งยังเพียงพอต่อการขยายตลาดใหม่ๆ ในอนาคต โดยเฉพาะตลาดในต่างประเทศที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าไปทำตลาดบ้างแล้วในประเทศแถบยุโรป ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และกำลังขยายตลาดไปยังประเทศไต้หวัน ที่สนใจสินค้ากระเป๋าแบรนด์ BIG Foot ที่มีจุดเด่นจากดีไซน์และนวัตกรรมใหม่

ส่วนวัสดุหลักที่ใช้ทำกระเป๋า จะใช้ผ้าแคนวาสเกรดพรีเมียมเนื้อหนาเป็นพิเศษเพื่อความทนทาน และใช้หนังแท้มาร่วมตกแต่งสินค้า วางจำหน่ายในราคาตั้งแต่หลัก 180-4,500 บาทต่อชิ้น พร้อมทำตลาดหลักในช่องทางค้าปลีกผ่านเว็บไซต์ www.bigfootbf.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/ BigFootDesign โดยมีสัดส่วนรายได้ราว 30% และอีก 70% มาจากงานรับสั่งผลิตตามคำสั่ง

ทั้งนี้ รายได้หลักจะยังมาจากการทำตลาดในประเทศสัดส่วน 85% และจากการส่งออกอยู่ที่ 15% ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าในภาพรวมจะดีขึ้นกว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ จากการเมืองที่เริ่มนิ่ง พร้อมวางเป้ารายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 2030% หรือคาดอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ขณะที่สเต็ปต่อไปของ BIG Foot นั้น คือขยายการทำตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ที่น่าสนใจในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท