
ค้าเพชรแข่งดุ-กำไรลดงัดแลนด์แบงก์ลุยค้าปลีก
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ร้านเพชรวิจิตรภัณฑ์ ถือว่าเป็นร้านค้าเครื่องประดับเพชรเก่าแก่ และเป็นรายแรกที่เข้าไปเปิดร้านเครื่องเพชรที่ดิโอลด์สยาม แต่เมื่อ 17 ปีที่ผ่านมา เผชิญการแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น กระทั่งปัจจุบันมีร้านค้าคู่แข่งเพิ่มถึง 40 ร้านค้า และแม้ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเก่าแก่ แต่ขาดการสร้างแบรนด์ จึงเป็นจุดหักเห ที่โดดเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก ปลุกปั้นเดอะ เซ้นส์ ท้าชิง กับค้าปลีกบริเวณปิ่นเกล้าขึ้นมา
พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ต วิลล์ ดีเวลลอปเมนท์ ผู้บริหารโครงการเดอะ เซ้นส์ ปิ่นเกล้า เปิดเผยว่า หลังจากรุ่นพ่อ สมศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล ทำธุรกิจเครื่องประดับเพชรร้านเพชรวิจิตรภัณฑ์ ที่ดิโอลด์สยาม มาร่วมกว่า 30 ปี แต่ระยะ 10 ปีที่ผ่านมา กำไรจากการเป็นพ่อค้าเครื่องประดับลดลง เพราะการแข่งขันสูง จึงได้ให้แนวทางรุ่นลูกนำที่ดินบริเวณปิ่นเกล้าจำนวน 10 ไร่มาพัฒนา โดยมีโจทย์ไม่ต้องการขายที่ดิน ดังนั้น 2 ปีที่ผ่านมา จึงตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกมากกว่าจะเป็นการพัฒนาคอนโดมิเนียม
ทั้งนี้ บริษัททุ่มงบลงทุน 1,000 ล้านบาท เปิดโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ เดอะ เซ้นส์ ปิ่นเกล้า เน้นเป็นร้านอาหารและแหล่งช็อปปิ้งนิชมาร์เก็ต เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับบีเอขึ้นไป เพื่อสร้างความแตกต่าง จากคู่แข่งในย่านดังกล่าว เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เจาะกลุ่มแมส ส่วนเมเจอร์วางตำแหน่งเป็นศูนย์ความบันเทิง กลุ่มเป้าหมายซีบวกบี ซึ่งภายในศูนย์เน้นร้านอาหารและเครื่องดื่มสัดส่วน ถึง 60% อีก 40% เป็นร้านค้าช็อปปิ้ง บนพื้นที่ รวม 3 หมื่นตารางเมตร (ตร.ม.) เป็นพื้นที่เช่าร้านค้า 8,000 ตร.ม. ที่เหลืออีก 2.2 หมื่น ตร.ม. เป็นที่จอดรถ
การตัดสินใจแตกธุรกิจจากค้าเครื่องประดับเพชรมาสู่ค้าปลีก เพราะทำเลบริเวณปิ่นเกล้ามีศักยภาพสูง ความหนาแน่นของประชากรที่อาศัยอยู่ย่านนี้ 1 หมื่นคน/ตร.ม. สูงกว่าหลายพื้นที่ในเมือง และในรัศมี 5 กิโลเมตร ครอบคลุมแหล่งที่พักอาศัย เฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมแอลพีเอ็น 2 โครงการ จำนวน 3,700 ยูนิต มีผู้พักอาศัยร่วม 7,000-8,000 คนแล้ว อีกทั้งยังรองรับกับลูกค้าฝั่งธนบุรี ปริมณฑล และสถาบันการศึกษาต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
สำหรับโครงการเดอะ เซ้นส์ ปิ่นเกล้า ขณะนี้ มีร้านค้าเช่าพื้นที่ 85% อาทิ แหลมเจริญ ซีฟู้ดส์ ร้านคิงคอง และซูเปอร์มาร์เก็ตแม็กซ์แวลู ส่วนพื้นที่อีก 15% จะพัฒนาร้านอาหารกึ่งผับบาร์ คาดว่า จะครบ 100% ในเดือน ธ.ค. หลังจากเปิดโครงการเมื่อเดือน เม.ย. มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 3,000-5,000 คน/วัน
นอกจากนี้ ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 8 ส.ค. บริษัทได้เตรียมงบตลาด 10-13 ล้านบาท จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ตั้งเป้ามีลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 8,000–1 หมื่นคน/วัน และรายได้ถึงจุดคุ้มทุนภายใน 8 ปี
พจนีย์ กล่าวว่า หากการบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีกได้ดีในช่วง 12 ปีข้างหน้า ทั้งนำพื้นที่ส่วนกลางมาสร้างรายได้จากการจัดอีเวนต์ มีรายได้จาก ค่าเช่า 30 ล้านบาท/ปี จากนั้นมีแผนที่จะกลับเข้าไปบริหารร้านเครื่องประดับเพชร โดยจะหันมาสร้างแบรนด์สินค้า จากที่ผ่านมาขายเครื่องประดับ ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง แต่ไม่มีแบรนด์ของตัวเอง เพื่อหวังเปิดตลาดต่างประเทศ และวางแนวทางต่อยอดไปสู่การทำเครื่องประดับทอง ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาตลาด ซึ่งเรามีความพร้อมด้านการผลิต เพราะมีโรงงานฝังและชุบของเราเองอยู่แล้ว
“ในระยะยาวอีก 10 ปีข้างหน้า สนใจที่จะแตกธุรกิจโซเชียลเอนเตอร์ไพรส์ หรือการดำเนินธุรกิจ เพื่อสังคมและธุรกิจมีรายได้ด้วย ปูเส้นทางโดยเปิดพื้นที่สินค้าเกษตรออร์แกนิก และให้เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี หรือโอท็อป นำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรไทย” พจนีย์ กล่าว
ต้องจับตาดูรุ่นที่ 2 “พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล” กับการนำที่ดินที่ครอบครัวมีอยู่ อาทิ ที่ดินบริเวณบางปะกงจำนวน 6 ไร่ มีแนวทางพัฒนารีสอร์ทในระยะ 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนที่ดินบริเวณคลอง 6 ราว 30 ไร่ มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นตลาดนัด เป็นต้น และยังมีที่ดินอีก 3-4 แปลง บริเวณบางขุนนนท์ ทายาทเพชรเก่าแก่จะนำมาพัฒนาต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้มากน้อยแค่ไหน พร้อมกับแผนปั้นแบรนด์เพื่อสร้างรายได้จากต่างประเทศให้มากขึ้น







