
สินเชื่อบ้านปีหน้าซบ
คอนโดใหม่หายากหลังเอกชนไม่ลงทุนไทยพาณิชย์คงเป้าสินเชื่อปีนี้1แสนล้านบาท
คอนโดใหม่หายากหลังเอกชนไม่ลงทุนไทยพาณิชย์คงเป้าสินเชื่อปีนี้1แสนล้านบาท
แบงก์หวั่นสินเชื่อบ้านปีหน้าซบ ผู้ประกอบการไม่ผุดโครงการใหม่ แต่ปีนี้ยอดให้กู้ยังสดใส
นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จะชะลอแน่นอน ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินต้องชะลอตามไปด้วย เพราะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอการลงทุนเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ เพราะไม่มั่นใจสภาพเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการรัฐประหารและสถานการณ์การเมืองสงบลง เริ่มมีการใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กลับมา และตัดสินใจเริ่มโครงการลงทุนตามแผนบ้างแล้ว แต่โครงการก่อสร้างโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมแนวสูงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว ปริมาณอสังหาริมทรัพย์จะหายไปจากตลาดพอสมควร
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเริ่มเห็นการขาดแคลนที่อยู่อาศัยในบางประเภทและบางทำเล เช่น คอนโดมิเนียมขนาด 2 ห้องนอนที่หายไปจากตลาด และมีการสอบถามผ่านทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ของธนาคารจำนวนมาก หรือหากมีทรัพย์ที่ต้องการราคาก็จะแพงมาก
“ตั้งแต่ต้นปีมาเรายังไม่เห็นการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ ขณะที่ไทยพาณิชย์ขายเอ็นพีเอเอง ทำให้เห็นความต้องการของตลาดมีการถามหาคอนโด 2 ห้องนอน ในทำเลชุมชน รถไฟฟ้า เยอะมาก แต่ซัพพลายใหม่ไม่มีเลย” นางพิกุล กล่าว
สำหรับปีนี้คาดว่าทั้งระบบจะมีสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ 5.73 แสนล้านบาท โดยครึ่งปีแรกปล่อยได้ 2.7 แสนล้านบาท ขณะที่ไทยพาณิชย์ยังคงเป้าหมายสินเชื่อบ้านปล่อยใหม่ไว้เท่าเดิมคือ 1 แสนล้านบาท เพราะหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองยอดโอนคอนโดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากครึ่งปีแรกที่ยอดโอนคอนโดลดลง 30%
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ครึ่งแรกปีนี้ธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้านไปกว่า 9,000 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดดเป็นเลข 2 หลัก เนื่องจากธนาคารเน้นรุกผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่เป็นเจ้าตลาดและปล่อยสินเชื่อบ้านให้ผู้ซื้อบ้านด้วย
อย่างไรก็ดี ธนาคารยังเลือกปล่อยสินเชื่อบ้านทั้งรายย่อยและผู้พัฒนาโครงการ ในทำเลที่มีแนวโน้มดี คุณภาพงานก่อสร้างดี เพราะมีความเสี่ยงน้อย ซึ่งผู้ซื้อบ้านจะต้องผ่อนดาวน์ล่วงหน้า 8-9 เดือน ก่อนโอนตามแนวทางควบคุมความเสี่ยงหนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อบ้านค่อนข้างน้อย แต่ธนาคารมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากจากการขายข้ามผลิตภัณฑ์ (Cross Sale)







