
อ้อนเลิกกฎอัยการศึกปลุกภาคท่องเที่ยว
แอตต้าวอนเลิกกฎอัยการศึกเมืองท่องเที่ยวหลังยอดจองล่วงหน้าไม่กระเตื้อง หวั่นเสียลูกค้าให้เพื่อนบ้าน
แอตต้าวอนเลิกกฎอัยการศึกเมืองท่องเที่ยวหลังยอดจองล่วงหน้าไม่กระเตื้อง หวั่นเสียลูกค้าให้เพื่อนบ้าน
นายเอนก ศรีชีวะชาติ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น เปิดเผยว่า แอตต้าเตรียมทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณายกเลิกใช้กฎอัยการศึกในแหล่งท่องเที่ยว 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากกฎอัยการศึกมีผลทางด้านจิตวิทยาต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว
“หากยกเลิกประกาศ เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวต่างๆ ที่ทุกหน่วยงานอัดฉีดลงไป จะเห็นภาพการเดินทางกลับมาอย่างแท้จริง” นายเอนก กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันยอดการจองล่วงหน้าของทุกตลาดยังไม่กระเตื้องขึ้น โดยยอดจองเฉลี่ยอยู่ที่ 10% จากปกติจะอยู่ที่ 3040% ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น บริษัททัวร์ได้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์และการยกเลิกกฎอัยการศึกรายวัน เพื่อประกอบการตัดสินใจนำนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชนขนาด 100-200 คน/ทริป หลายกลุ่มมาทัศนศึกษาช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ ซึ่งหากไม่ยกเลิกกฎอัยการศึกอาจทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไปมาเลเซียแทน ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลต่อเนื่องต่อการเดินทางในปีต่อไป และส่งผลให้ไทยสูญเสียนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ระยะยาวได้
น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ด้านการตลาด กล่าวว่า ภาพรวมอัตราการเข้าพักโรงแรมช่วงต้นปีที่ผ่านมาลดลง 30-40% โดยเฉพาะ กทม. ลดลงกว่า 50%
“ขณะนี้ยอดการจองล่วงหน้าของนักท่องเที่ยวแต่ละตลาดมีเข้ามาไม่ถึง 15% แม้ คสช.จะประกาศยกเว้นค่าวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน 3 เดือน แต่ยอดจองยังไม่เข้ามามากนัก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการท่องเที่ยวไทยจะเห็นภาพการฟื้นตัวชัดเจนช่วงไตรมาสแรกปีหน้า” น.ส.ศุภวรรณ กล่าว
ด้าน นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมทีเอชเอภาคเหนือ กล่าวว่า การท่องเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ มีความคึกคัก โดยอัตราการเข้าพักของเชียงใหม่ในช่วงเดือน มิ.ย.-15 ก.ค.นี้ เฉลี่ยที่ 65% ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มทยอยจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน







