
ราคาพันธบัตรสูงขึ้นท่ามกลางกระแสเงินต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ลาดเกิดใหม่
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (2125 ก.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 409,752 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 81,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 4% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 280,727 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) เท่ากับ 85,752 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่า 6,777 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (2125 ก.ค. 2557) มีมูลค่ารวม 409,752 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 81,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 4% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 69% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 280,727 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) เท่ากับ 85,752 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่า 6,777 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
อัตราผลตอบแทน (Yield) ของพันธบัตรรัฐบาล ปรับตัวลดลงตลอดทั้งเส้น ในช่วงประมาณลบ 1 ถึงลบ 6 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบในแถบยุโรป และพัฒนาการทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่ล่าสุดไอเอ็มเอฟได้ออกมาปรับลดประมาณการจีดีพีปี 2014 ของสหรัฐ ลงจาก 2% มาอยู่ที่ 1.7% ทำให้ตลาดในภูมิภาคเอเชียกลายมาเป็นจุดสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง ซึ่งจะเห็นได้จากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย ประกอบกับการคาดการณ์ว่าสภาพัฒน์อาจจะปรับประมาณการจีดีพีปีนี้ให้เติบโตสูงกว่า 2.5% ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย และกลับเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้
โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จากผลการประมูลพันธบัตร พบว่าทั้งตั๋วเงินคลังอายุ 28 วัน และพันธบัตร ธปท. อายุ 92 และ 182 วัน ได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลรุ่น Benchmark อายุ 15 ปี ประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ ที่มีความต้องการประมูลในจำนวนที่สูงกว่าปริมาณพันธบัตรที่ออกขายถึง 4.75 เท่า (BCR Ratio) ส่งผลให้ Yield ของการประมูลต่ำ (ราคาสูง) และทำให้ Yield ของพันธบัตรรุ่นใกล้เคียงลดต่ำลงตามไปด้วย จากผลการประมูลดังกล่าว บวกกับแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ มีส่วนทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น (Yield ลดลง) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ ในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน 71,367 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 49,222 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 22,145 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดขายสุทธิ 24 ล้านบาท







