
อเบอร์ดีนชอบไทย
ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นไทย‘มากกว่าตลาด’แนะเลือกลงทุนรายตัวราคาไม่แพง
ให้น้ำหนักลงทุนหุ้นไทย‘มากกว่าตลาด’แนะเลือกลงทุนรายตัวราคาไม่แพง
บลจ.อเบอร์ดีน ให้น้ำหนักหุ้นไทยมากกว่าตลาด มองดัชนีพุ่ง 20% ยังมีหุ้นบางตัวราคาถูก แนวโน้มดี
นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มอเบอร์ดีนยังให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากกว่าตลาด ซึ่งสูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบ MSCI Asia Pacific Ex Japan โดยยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงการลงทุน แม้จะเกิดสถานการณ์ทางการเมืองไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากหลักการลงทุนของอเบอร์ดีนจะดูที่ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตของบริษัทที่จะลงทุน
สำหรับการปฏิรูปทางการเมือง แม้ยังไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างที่นักลงทุนต่างชาติต้องการ แต่มองว่าหากรีบเลือกตั้งแล้วปัญหากลับมาเหมือนเดิมก็ไม่ได้ช่วยอะไร ขณะที่การแก้ปัญหาในระยะสั้น ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ช่วยส่งผลดีต่อตลาด แต่ระยะยาวยังต้องจับตามองนโยบายหลัก 4 เรื่อง ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปราคาพลังงาน การปฏิรูปด้านภาษี และนโยบายด้านสินค้าเกษตรและข้าว ว่าจะดำเนินการได้สำเร็จหรือไม่
“ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะดีขึ้น เราไปพบผู้บริหารจดทะเบียนส่วนใหญ่ยืนยันว่ายอดขายดีขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทยอาจรับรู้ข่าวไปแล้ว ปีนี้ปรับตัวขึ้นมา 20% ทำให้หุ้นหลายตัวราคาไม่ถูก จึงต้องเลือกลงทุนเป็นรายบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตดีในระยะยาว เช่น กลุ่มธนาคาร พลังงาน อสังหาริมทรัพย์”
ปัจจุบัน อเบอร์ดีน ประเทศไทย บริหารเงินลงทุนที่อยู่ในไทยกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท เป็นของ บลจ.อเบอร์ดีน ประเทศไทย 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือ 4,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการลงทุนของกลุ่มอเบอร์ดีนต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนต่างชาติรายอื่น โดยวงเงินลงทุนในไทยกว่า 90% ลงทุนในตลาดหุ้น
ทั้งนี้คาดว่าเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติยังไม่กลับเข้ามาในไทยเร็ว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้เติบโตโดดเด่น แม้ช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นขึ้น แต่ครึ่งปีแรกไม่ค่อยดีนัก โดยมองความเสี่ยงในการลงทุนยังเป็นเรื่องของการเมืองในประเทศ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หากขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 2-3 ปี 2558 ในอัตรา 0.25% อาจกระทบตลาดหุ้น
นายกรวุฒิ ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ณ วันที่ 25 ก.ค. 2557 มูลค่า 4.45 หมื่นล้านบาท เติบโต 21% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจกองทุนรวม 3.84 หมื่นล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 5,400 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 600 ล้านบาท
สำหรับแผนงานในอนาคตจะเพิ่มสินทรัพย์ของกองทุนตราสารหนี้ จากปัจจุบันกองทุนรวมในประเทศทั้งหมด 3.15 หมื่นล้านบาท ลงทุนในกองทุนหุ้น 85% ของมูลค่าสินทรัพย์ หรือ 2.7 หมื่นล้านบาท โดยมีกองทุนตราสารหนี้เพียง 10% หรือ 3,300 ล้านบาท และที่เหลือเป็นกองทุนผสม 5% ส่วนกองทุนต่างประเทศมีมูลค่า 6,800 ล้านบาท แบ่งเป็น 94% หรือ 6,300 ล้านบาทลงทุนในหุ้น และอีก 6% หรือ 440 ล้านบาทลงทุนตราสารหนี้
“เป้าหมายของอเบอร์ดีนไม่ได้เน้นเพิ่มเอยูเอ็ม โดยการเข้ามาของผมจะช่วยเรื่องการออกกองทุน เพิ่มช่องทางการขาย รวมทั้งส่งเสริมให้นักลงทุนไทยมองการลงทุนระยะยาวมากกว่าดูภาพระยะสั้น” นายกรวุฒิ กล่าว







