posttoday
การสื่อสารแบบใหม่ จากแรงบันดาลใจ

การสื่อสารแบบใหม่ จากแรงบันดาลใจ

29 กรกฎาคม 2557

ปีนี้เป็นอีกปีที่ผมเดินสายสัมมนาค่อนข้างถี่ ตั้งแต่โครงการ SIP “สำหรับลูกของลูกค้าธนาคารกรุงเทพมาฝึกงาน” โครงการทายาทธุรกิจ “ไปสัมผัสทายาทธุรกิจทั่วประเทศของธนาคารกรุงเทพ” โครงการ The Stock Master “จับลูกค้าบัวหลวงมาเทรดหุ้น เงินจริง ของจริง” และโครงการการเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง “เดินสายทั่วประเทศให้เข้าใจว่าเพื่อนคู่คิดอย่างธนาคารกรุงเทพพร้อมช่วยคุณรอบด้านการเงิน”

ปีนี้เป็นอีกปีที่ผมเดินสายสัมมนาค่อนข้างถี่ ตั้งแต่โครงการ SIP “สำหรับลูกของลูกค้าธนาคารกรุงเทพมาฝึกงาน” โครงการทายาทธุรกิจ “ไปสัมผัสทายาทธุรกิจทั่วประเทศของธนาคารกรุงเทพ” โครงการ The Stock Master “จับลูกค้าบัวหลวงมาเทรดหุ้น เงินจริง ของจริง” และโครงการการเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง “เดินสายทั่วประเทศให้เข้าใจว่าเพื่อนคู่คิดอย่างธนาคารกรุงเทพพร้อมช่วยคุณรอบด้านการเงิน”

สิ่งที่น่าสนใจของโครงการเหล่านี้ คือ ส่วนใหญ่เป็นสัมมนาสั้นๆ ที่ต้องการให้ผู้ฟังเกิดประโยชน์มากที่สุด ...ไงล่ะ โคตรยาก โจทย์คือจะทำอย่างไรให้การพูด 1 ชั่วโมงเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้

ก่อนผมเฉลยว่า ผมพูดอะไรในโครงการต่างๆ อยากให้คุณลองหลับตาแล้วนึกภาพว่า ถ้าคุณต้องขึ้นเวทีแบบผมโดยมีโจทย์ให้คุณเปลี่ยนชีวิตคนฟังในเวลาสั้นๆ คุณจะพูดอะไร?

เครียดครัช!!

สิ่งที่ผมเรียนรู้ทุกครั้งที่ผมขึ้นพูดในงานสัมมนาต่างๆ คือ ผมรู้จักคนฟังมากขึ้น ...ซึ่งหลายๆ คนอาจจะ งง ว่าแล้วการที่เราเป็นฝ่ายพูด แล้วเราจะรู้จักคนฟังได้อย่างไร

รู้ซิครับเราอ่านความรู้สึกของคนฟังผ่านทางสีหน้าและความสนใจของเขาได้เลย ...แปลกมากนะ ถ้าคุณลองสังเกตดีๆ คุณจะรู้เลยว่า คนคนนั้นเขารู้สึกอย่างไรกับเรา รู้สึกดี รู้สึกไม่ดี เข้าใจ ไม่เข้าใจ เพียงแค่มองหน้าสบตาแล้วไม่ต้องพูดอะไรเลย

ช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ผมมีงานเขียนชิ้นหนึ่งที่มันท้าทายตัวเองมากๆ เป็นงานเขียนหนังสือเชิงจิตวิทยา ชื่อว่าแกะรอยหยักชีวิต Filter ความคิด ...เป็นอะไรที่ฉีกแนวจากที่ผมเขียนด้านการลงทุน เพราะมันพูดถึงการเข้าใจตัวเราเองใน 5 ด้าน คือ เงิน งาน บ้าน ความรัก และเวลา

ใช่!! เปิดก็งงแล้วว่าแล้วมันเกี่ยวกับหุ้นอย่างไร ...ก็เรื่องเงินนั่นเอง แต่ในหนังสือเล่มนี้ผมไม่ได้มองแค่เรื่องของการหาเงินทำกำไร แต่ผมเจาะลึกถึงที่มาของเงินและเจาะเข้าไปถึงแรงจูงใจในการหาเงิน

คุณทราบไหมว่า คนเราจะทำอะไรได้ดีหรือไม่ดี ไม่ใช่แค่คนนั้นมีความรู้

ความรู้เฉยๆ จริงๆ ไม่เพียงพอที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จ ...เพราะความรู้ในยุคนี้มันเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็มี ดังนั้นความรู้อย่างเดียวไม่สามารถสร้างความแตกต่างในความสำเร็จได้เลย

ถูกต้อง ปัจจุบันนี้ตัวชี้วัดความสำเร็จ คือ การเข้าใจแรงจูงใจของตัวเอง ซึ่งมันนำมาสู่ Passion ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนดังส่วนใหญ่

ที่เล่าเรื่อง Passion เพราะอยากจะชี้ให้เห็นว่า การที่คนคนหนึ่งจะเปลี่ยนตัวเองจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดที่ดีกว่า ไม่ใช่แค่มีความรู้ แต่คนคนนั้นต้องมี Passion

คำถามที่ผมถามว่า หากคุณมีเวลาเพียงสั้นๆ ที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ฟัง คุณจะพูดอะไร? ...นี่แหละคำตอบ คือ พูดอะไรก็ได้ที่สร้างให้คนฟังเกิด Passion เกิดแรงบันดาลใจในสิ่งที่คุณอยากนำเสนอ กระตุ้นเขาให้ไปศึกษาต่อยอดและเปลี่ยนตัวเอง

วันนี้ผมได้ไปพูดที่ซีคอนสแควร์ เรื่องการลงทุน ...ผมมีเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ในการถ่ายทอด Passion ของผมในเรื่องของการลงทุน ผมจึงเลือกเรื่องของการออมในหุ้นพูดออกไป

“ผมบอกสั้นๆ ว่า ในตลาดหุ้น คน 80% เจ๊ง เพราะซื้อในเวลาที่ควรขายและขายในเวลาที่ควรซื้อ ...การจะแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือ ซื้อแล้วไม่ขายเลย แค่นั้นเรื่องการผิดจังหวะก็ไม่เกิด จากนั้นลองมองดูซิว่า หุ้นดีย้อนหลัง 10 ปี ที่ผ่านขึ้นเป็นสิบเท่า “ขนาดหุ้นที่คนมองว่าขึ้นช้าๆ อย่าง ปตท. เข้าตลาดสิบปีที่แล้วที่ 30 บาท วันนี้ก็ 300 บาทแล้ว ปันผลจาก 1 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 12 บาท/ปี ในปัจจุบัน แต่คนส่วนใหญ่ทนรวยไม่เป็น ขายทิ้งก่อน บ้าไปแล้ว ทนรวยไม่เป็น!!”...ถ้าคุณจะทนรวยสักหน่อย 10 ปี รวยขึ้น 10 เท่า ก็น่าจะดีไม่น้อย ...คนจะรวยต้องทนรวยเป็น ...ซื้อหุ้นดีไม่ขายเลย แล้วให้เครื่องผลิตเงินอันนี้มีปันผลโตทุกปี ...แค่นี้ก็รวยสุดๆ แล้ว!!”

เคล็ดลับของการพูดให้จับใจคนฟังไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลมากมาย แต่ประเด็นของการสื่อสารต้องชัดเจนและใช้การเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ เพื่อจะส่ง Passion ของคุณไปให้คนฟัง นั่นแหละเรียกว่าเป็นการพูดที่ประสบความสำเร็จ

ทุกวันนี้ถ้ามองไปรอบๆ ตัว คนเรามีเวลาน้อยลงเรื่อยๆ อ่านหนังสือน้อยลงเรื่อยๆ แถมข้อมูลข่าวสาร และความบันเทิงรอบๆ ตัวก็เข้ามาขโมยเวลาของแต่ละคนไปจนเกือบหมด ...ถ้ามองสิ่งเหล่านี้ให้เป็นอุปสรรค เราจะมองไม่ออกเลยว่า คุณจะสามารถเข้าถึงลูกค้าของคุณได้อย่างไร

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าอุปสรรคของการยากที่จะเข้าถึงลูกค้ามันได้กลายเป็นโอกาสในเวลาเดียวกัน เพราะถ้ามองให้ดีคนเดี๋ยวนี้ถ้าเขาสนใจในอะไรเขาจะเข้าไปหาข้อมูลและเข้าถึงคุณเอง นี่คือความน่าสนใจ เพราะการพยายามยัดเยียดโฆษณาและอัดข้อมูลขยะให้ลูกค้า มันกลายเป็นสิ่งที่ทำแล้วไม่เกิดประโยชน์อีกต่อไป

ครับ!! ที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเพื่ออยากจะบอกว่า วันนี้การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการพยายามสื่อสารแรงบันดาลใจ แล้วสุดท้ายลูกค้าจะวิ่งหาคุณเอง ...นั่นแหละเคล็ดลับ!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท