posttoday
ธุรกิจอาหารอิ่มตัว 2 บิ๊ก เร่งโตต่างแดน

ธุรกิจอาหารอิ่มตัว 2 บิ๊ก เร่งโตต่างแดน

29 กรกฎาคม 2557

ในช่วงครึ่งปีหลังแม้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารไทย เบเกอรี่ ฟาสต์ฟู้ดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ในช่วงครึ่งปีหลังแม้แนวโน้มธุรกิจร้านอาหารไทย เบเกอรี่ ฟาสต์ฟู้ดเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากผู้บริโภคเริ่มมั่นใจกลับมารับประทานอาหารนอกบ้านเช่นเดิม แต่ธุรกิจอาหารกำลังเผชิญกับ 2 ปัจจัยความท้าทายใหม่ คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะปรับเป็น 10% ในปีหน้า และภาพรวมตลาดอาหารที่ถึงจุดอิ่มตัว ยุทธศาสตร์ของ 2 ยักษ์ใหญ่ ทั้งเอส แอนด์ พี และไมเนอร์ ฟู้ดส์ จึงต้องเร่งแผนบุกในตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น

เกษสุดา ไรวา ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ พี โกลเบิล ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่เอส แอนด์ พี เปิดเผยว่า เมื่อมีการปรับราคาภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ในปี 2558 บริษัทมีแผน จะปรับราคาอาหารและเบเกอรี่เอส แอนด์ พี เพิ่ม ไม่เกิน 5% ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนการผลิต ซึ่งคาดว่าการปรับราคาอาหารจะไม่ส่งผลกระทบต่อ พฤติกรรมการกินข้าวนอกบ้านและยอดขายของบริษัท เพราะมีการทำโปรโมชั่นเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับผู้บริโภค ทำให้ไม่รู้สึกว่าสินค้าขึ้นราคาควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ ภาพธุรกิจร้านอาหารเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. พฤติกรรมการกินข้าวนอกบ้านเริ่มกลับมาดีขึ้น ขณะที่ในครึ่งปีหลังมีการแข่งขันทำโปรโมชั่นกันอย่างรุนแรง โดยพบว่าบางร้านลดราคาถึง 50% เพื่อช่วงชิงกำลังการซื้อผู้บริโภค แต่ขณะนี้ธุรกิจอาหารเมืองไทยเริ่มถึงจุดอิ่มตัว การเติบโตน้อยลงจากเดิม ผู้ประกอบการจะเป็นเชนร้านอาหารแบรนด์ใหญ่มาสู่ร้านอาหารขนาดเล็กและมีผู้ประกอบการรายย่อยเปิดธุรกิจจำนวนมาก

สำหรับแผนธุรกิจในระยะยาว 10 ปีข้างหน้า บริษัทเน้นสร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศ เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 15% เป็น 50% ส่วนรายได้ภายในประเทศจะลดลงจาก 85% เหลือ 50% เท่านั้น โดยมุ่งขยายธุรกิจยุโรป ภายใต้แบรนด์ภัทราและสุดา ส่วนอาเซียนขยายธุรกิจแบรนด์เอส แอนด์ พี และบลูคัพ ภายใน 5 ปีจะเพิ่มอีก 20 สาขา จากปัจจุบันมี 24 สาขา ตลาดที่เข้าไปเปิดใหม่ล่าสุดคือที่กัมพูชา

นอกจากนี้ เอส แอนด์ พี วางแผนรีเฟรชแบรนด์ให้มีภาพลักษณ์ทันสมัย เพื่อขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มนักท่องเที่ยว ให้มีสัดส่วน 20-30% จากที่ผ่านมาฐานลูกค้าเป็นผู้ใหญ่ 40 ปีขึ้นไป สัดส่วน 7080% และสิ้นปีตั้งเป้ารายได้ 10% หรือมากกว่า 6,600 ล้านบาท สำหรับรายได้ 6 เดือน เติบโต 5% ถือว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากปกติจะเติบโตมากกว่า 10% สาเหตุมาจากปัจจัยลบจากการชุมนุมทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

ด้าน วิลเลียม อี ไฮเนคกี้ ประธานบริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเดอะ พิซซ่า กล่าวว่า การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% แนวทางในเบื้องต้นบริษัทจะเน้นควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้าเป็นหลัก แต่ยังไม่มีแผนจะขึ้นราคา เพราะมองว่าการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกินอาหารนอกบ้านของผู้บริโภคแน่นอน

ขณะที่ครึ่งปีหลังธุรกิจร้านอาหารเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่วนธุรกิจโรงแรมเริ่มปรับฟื้นดีขึ้น โดยนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับมาเที่ยวในไทย

ขณะที่กลุ่มธุรกิจแฟชั่น ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 6 แบรนด์ อาทิ เอสปรี ชาร์ล แอนด์ คีธ และเรดเอิร์ธ เป็นธุรกิจที่สร้างกำไรน้อยเพียง 45% ซึ่งภาพรวมตลาดยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้น เพราะเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นได้ในปี 2558 และผลักดันให้ธุรกิจในไทยกลับมาเติบโตก้าวกระโดด โดยแผน 2556 2560 ตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโต 15-20% ต่อปี จากรายได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 17% ต่อเนื่อง

ในส่วนแผนการขยายสาขาร้านอาหารวางเป้าหมายขยายสาขาเพิ่ม 810% ต่อปี จากปัจจุบันมี 1,595 สาขา ใน 27 ประเทศทั่วโลก มุ่งเน้นขยายต่างประเทศที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว อาทิ แอฟริกา เพื่อเพิ่มรายได้จาก 38% เป็น 45% ส่วนรายได้ในไทยจาก 62% จะเหลือ 55% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมจะขยาย ให้เพิ่มเป็น 2 เท่า จาก 109 สาขา เป็น 200 สาขา โดยรายได้ในไตรมาสแรกมีการเติบโต 10% หรือราว 1 หมื่นล้านบาท มีกำไรเติบโต 1% หรือ 1,420 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ บริษัท เอส แอนด์ พี ได้ร่วมลงทุนกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งสถาบันสอนทำอาหาร “Thai Cuisine Academy” ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท สัดส่วนถือหุ้น 50:50 โดยให้เชฟชุมพล แจ้งไพร เป็นผู้บริหาร เพื่อพัฒนาเชฟ ประจำสาขา ในตลาดต่างประเทศ สอดรับกับยุทธศาสตร์ของทั้ง เอส แอนด์ พี และ ไมเนอร์ ฟู้ดส์ ที่ต้องการปักธงสร้างอาณาจักรธุรกิจอาหารในต่างแดน เพื่อสร้างการเติบโต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ