
พรานทะเลยิ้มรับเคอร์ฟิว
โพสต์ทูเดย์
— พรานทะเล ได้อานิสงส์เคอร์ฟิว คนไทยตุนอาหารแช่แข็ง คาดดันรายได้ปีนี้ทะลุเป้านายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ประเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง ในเครือไทยยูเนี่ยนโพรเซ่นโปรดักส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็ง พรานทะเล เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองในช่วงที่ผ่านมา และการประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาล ทำให้คนไทยตื่นตัวและกักตุนอาหารในยามฉุกเฉินมากขึ้น
สำหรับอาหารที่ได้รับความสนใจรองจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือ อาหารแช่แข็ง ทำให้ยอดขายของอาหารแช่แข็งของบริษัทในร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เกต และซูเปอร์มาร์เกตมียอดขายเติบโตขึ้นถึง 20% นอกจากนี้ยังทำให้ผู้บริโภคยอมรับและคุ้นเคยกับอาหารประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้น จึงคาดว่าจากนี้ไปตลาดอาหารแช่แข็งจะเติบโตเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับตัวโดยการเพิ่มสินค้าใหม่ที่จะวางจำหน่ายในปีนี้อีก 1 เท่าตัว จากเป้าที่จะวางจำหน่ายสินค้าใหม่ไม่เกิน 5 เอสเคยู ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เป็น 10 เอสเคยู โดยได้เลื่อนสินค้าใหม่ที่จะวางจำหน่ายในปีหน้ามาวางจำหน่ายในปีนี้
“
คาดว่ายอดขายในปีนี้จะเติบโตตามเป้าที่วางไว้เดิม 1,200 ล้านบาท และอาจจะทะลุขึ้นไปถึง 1,300 ล้านบาทได้ หรือมีการเติบโตราว 20% จากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขายรวม 1,100 ล้านบาท ทั้งในส่วนรายได้จากการขายภายใต้แบรนด์พรานทะเล และรายได้จากการรับจ้างผลิตให้กับผู้ประกอบการต่างๆ ภายในประเทศ” นายอนุรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมนอกจากนี้ บริษัทใหม่ในเครือของพรานทะเล กรุ๊ป คือ บริษัท พรานไพร อินเตอร์เทรด ที่จำหน่ายผักสด ซึ่งในปีนี้ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 300 ล้านบาท หากยอดขายของทั้งพรานทะเลและพรานไพรเป็นไปตามเป้า จะทำให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 1,600 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่มีการชุมนุม จนเกิดเหตุปะทะ ทำให้จุดขายของบริษัทในพื้นที่การชุมนุมต้องหยุดดำเนินการ แต่พื้นที่ดังกล่าวคิดเป็นยอดขายของบริษัทเพียง 1
– 2% จึงไม่กระทบต่อภาพรวมรายได้ของบริษัท ส่วนการประกาศเคอร์ฟิว ได้ส่งผลให้ระบบโลจิกติกส์ของบริษัทไม่สามารถส่งสินค้าทันได้ตามกำหนด แต่ในระยะเวลา 1 – 2 วันที่บริษัทปรับเปลี่ยนเวลาการจัดส่งสินค้าได้ การประกาศต่อมาตรการเคอร์ฟิว จึงไม่กระทบต่อการส่งสินค้าของบริษัททางด้านการขายในต่างประเทศ ลูกค้าต่างประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับการส่งสินค้าจะไม่ตรงตามกำหนด เมื่อรับทราบเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศไทย และทางบริษัทได้ชี้แจ้งถึงสถานการณ์ดังกล่าวแล้วว่าหากไม่กระทบจุดส่งสินค้า เช่น ท่าเรือ และสนามบิน สินค้าจะเดินไปถึงลูกค้าตามกำหนดอย่างแน่นอน และเมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วทางบริษัทก็ได้ชี้แจ้งให้ลูกค้าเพื่อคลายความกังวลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุดทางกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกันสร้างมาตรการป้องกันจุดสำคัญต่อการส่งออกของประเทศไทย นั่นคือ ท่าเรือ และสนามบิน อย่างเต็มร้อยแล้ว เพราะกระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นว่า ยอดส่งออกของประเทศในนับต่อจากนี้จะเป็นตัวเลขสำคัญที่ช่วยพยุงจีดีพีของประเทศไทยให้เติบโต ทดแทนยอดการลงทุน และการใช้จ่ายในประเทศที่หายไปสำหรับยอดขายในไตรมาสที่ 2 นี้ คาดว่าจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจะส่งผลให้ยอดขายในไตรมาสที่ 2 ของบริษัทที่ตั้งไว้ 300 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 20%
“นอกจากนี้ บริษัทมียัง ส่วนแผนระยะยาวของบริษัทนั้นเป็นไปตามนโยบายของบริษัท ทางบริษัทแม่ คือ ไทยยูเนี่ยมโพรเซ่นโปรดักส์ ที่จะผลักดันให้ธุรกิจครอบครัวก้าวไปสู่ธุรกิจระดับสากล โดยวางแผนจะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพยภายใน 5 ปี นับต่อจากนี้ และภายใน 3 ปีจะปรับโครงสร้างการจัดการให้เป็นระบบสากล ให้ต่างชาติเข้ามาดูแลและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ บริษัทเชื่อมั่นว่าหลังจากนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมปรับโครงสร้างบริษัทแล้วจะทำให้บริษัทมียอดขายเติบโตขึ้นไปแตะที่ระดับ 2,000 ล้านบาท อันเป็นมาจากการดำเนินงานของบริษัท และการตอบรับจากผู้บริโภค






