posttoday
สมอ.ตื่นขันนอตใบอนุญาต

สมอ.ตื่นขันนอตใบอนุญาต

28 กรกฎาคม 2557

แก้กฎหมายคุมมาตรฐานอุตสาหกรรมปรับคุณภาพหมวกกันน็อกแบบใหม่

แก้กฎหมายคุมมาตรฐานอุตสาหกรรมปรับคุณภาพหมวกกันน็อกแบบใหม่

สมอ.เสนอ คสช.แก้กฎหมายออกใบอนุญาตให้เร็วขึ้น ต่ออายุในทุก 3 ปี

นายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 แล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอให้หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.พิจารณาเพื่อแก้ไขการออกใบอนุญาตของ สมอ.ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว รัดกุมมากขึ้น

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับใหม่จะแก้ไขใน 3 ประเด็นหลัก 1.ให้อำนาจเลขาธิการ สมอ.ในการพิจารณาการออกใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทั่วไป จากปัจจุบันกำหนดให้เลขาธิการ สมอ.พิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) พิจารณาอนุมัติ แต่มีขีดจำกัดว่า กมอ.ประชุมเพียงเดือนละ 1 ครั้ง จึงเห็นควรให้ปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้การออกใบอนุญาตทำได้รวดเร็วขึ้น

ประเด็นที่ 2 แก้กฎหมายให้อำนาจ กมอ.เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตนำเข้าเฉพาะครั้งคราวในสินค้าที่มีมาตรฐานต่างจากประเทศไทยแทนที่กำหนดให้ กมอ.พิจารณาและเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ลงนามอนุมัติ เพื่อช่วยลดขั้นตอนการออกใบอนุญาต โดยข้อกำหนดส่วนนี้จะครอบคลุมสินค้าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเหล็กโครงสร้าง เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน ส่วนใหญ่มาตรฐานต่างชาติไม่ต่ำกว่ามาตรฐานประเทศไทยอยู่แล้ว

ประเด็นสุดท้าย แก้ไขการกำหนดอายุใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่ในกฎหมายปัจจุบันไม่ได้กำหนดวันหมดอายุ แต่จะกำหนดให้ตรวจโรงงานและผลิตภัณฑ์ในทุกๆ 1 ปี ถ้าไม่ได้มาตรฐานก็สามารถถอนใบอนุญาตได้ จึงเสนอให้แก้กฎหมาย กำหนดใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์ภาคบังคับมีอายุ 3 ปี และใบอนุญาตมาตรฐานที่ไม่ใช่ภาคบังคับมีอายุ 5 ปี เพื่อให้เกิดความเข้มงวดในการรักษามาตรฐานสินค้า

นอกจากนี้ สมอ.กำลังเตรียมทำประชาพิจารณ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหมวกนิรภัยสำหรับผู้ใช้จักรยานยนต์เพื่อนำมาประกาศใช้ในสิ้นปีนี้ โดยจะปรับใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อตกลงประเทศในกลุ่มอาเซียนหรือมาตรฐานยูเอ็นอีซีอี ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จากปัจจุบันที่ไทยใช้มาตรฐานความปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมาตรฐานใหม่จะทำให้หมวกนิรภัยมีความแข็งแรงมากขึ้น และสามารถส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยัง 10 ประเทศในอาเซียนได้ตามข้อตกลงทั้งนี้ สาระสำคัญของมาตรฐานใหม่ เช่น การเพิ่มเกณฑ์การดูดกลืนแรงกระแทก กระจายแรงกระแทกมากขึ้น เพื่อไม่ให้กระแทกจุดใดจุดหนึ่งเป็นพิเศษ รวมทั้งเพิ่มเกณฑ์การบาดเจ็บของศีรษะ โดยทดสอบว่าหากถูกแรงกระแทกหนักๆ จะต้องมีรอยบาดแผลไม่เกินกี่จุด ทำให้หมวกกันน็อกแบบใหม่มีความแข็งแรงและปลอดภัยขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าหมวกกันน็อกที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ปลอดภัย เพราะเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น และมาตรฐานไอเอสโอ แต่มาตรฐานของใหม่จะเป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น ส่งออกได้ทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนสะดวกมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ