
เจาะภาษีการค้าพม่าเตรียมแผนลุยธุรกิจ
บทความฉบับนี้จะกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายภาษีการค้า (Commercial Tax) ว่าการแก้ไขกฎหมายภาษีการค้าที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2557 มีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง
บทความฉบับนี้จะกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายภาษีการค้า (Commercial Tax) ว่าการแก้ไขกฎหมายภาษีการค้าที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2557 มีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง
ในเมียนมาร์ประเภทของภาษีที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจที่สำคัญๆ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ดังได้กล่าวไว้แล้วในบทความตอนที่ผ่านมา) ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้า ฯลฯ โดยในส่วนของการแก้ไขกฎหมายภาษีการค้าล่าสุดนั้นได้มีการแก้ไขในส่วนที่เป็นสาระสำคัญซึ่งควรที่จะนำมาทำความเข้าใจกัน ดังนี้
ในเมียนมาร์ยังไม่ได้ใช้ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในการเก็บภาษีจากการประกอบกิจการค้าสินค้า การนำเข้าสินค้า หรือการให้บริการ แต่มีการเก็บภาษีการค้าโดยการจัดเก็บภาษีจากเงินได้ที่ได้จากการประกอบกิจการ โดยผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีจากเงินได้ที่ได้จากการผลิตและขายสินค้า การนำเข้าสินค้าหรือการให้บริการก่อนหักค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้
ตามกฎหมายภาษีการค้าที่เปลี่ยนแปลงล่าสุด ได้จำแนกประเภทสินค้าและกิจการที่ต้องเสียภาษีการค้าไว้ ซึ่งสามารถสรุปอัตราภาษีตามประเภทธุรกิจในสาขาหลักๆ ได้ตามตาราง
โดยในส่วนของกิจการบริการนั้น แต่เดิมกฎหมายภาษีการค้ากำหนดให้กิจการที่กำหนดไว้ในรายการแนบท้ายเท่านั้น ที่จะถูกจัดเก็บภาษีการค้า แต่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2557 เป็นต้นมา มีการแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวและกำหนดให้ผู้ประกอบการในทุกกิจการบริการเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 5 จากรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย เว้นแต่กิจการดังกล่าวจะได้รับยกเว้นตามกฎหมายภาษีแห่งสหภาพเมียนมาร์ 2557 (Union of Myanmar Revenue Law, 2014) โดยกิจการบริการที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้า ได้แก่ กิจการธนาคาร การให้เช่าบ้านที่อยู่อาศัย กิจการให้บริการด้านสาธารณสุข ไมโครไฟแนนซ์ การขนส่งสินค้า การให้บริการจัดหางาน เป็นต้น ดังนั้นผู้ประกอบการธุรกิจบริการอื่นจะมีภาระภาษีการค้า
อย่างไรก็ดี กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีการค้าตั้งแต่ 15 ล้านจ๊าด หรือประมาณ 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ ในแต่ละปีภาษี (1 เม.ย.-31 มี.ค.) ขึ้นไปเท่านั้นที่เป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า
เมื่อกิจการจัดอยู่ในประเภทกิจการที่ต้องเสียภาษีการค้า ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีการค้ากับหน่วยงานสรรพากรในเขตพื้นที่ โดยในเมียนมาร์จะเรียกว่า ทาวน์ชิพ (Township) หลังจากนั้นผู้ประกอบการก็จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีการค้าต่อทาวน์ชิพภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป หากฝ่าฝืนไม่ยื่นแบบให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ประกอบการอาจต้องเสียค่าปรับในอัตราร้อยละ 10 ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีทั้งหมด
เมียนมาร์วางแผนที่จะเปลี่ยนระบบภาษีการค้ามาเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา สื่อภาครัฐ (State Media) ของเมียนมาร์ได้ให้ข้อมูลว่า เมียนมาร์จะเปลี่ยนระบบการจัดเก็บภาษีการค้าที่ใช้ในปัจจุบันไปเป็นระบบภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 23 ปีต่อจากนี้ โดยถือเป็นหนึ่งในมาตรการปฏิรูปกฎหมายภาษีของเมียนมาร์







