
ผู้ประกอบการ"เจนเอ็ม"รุ่งสร้างข้อได้เปรียบจากจุดด้อย
คนยุคมิลเลนเนียลส์ หรือเจนเอ็ม ที่เกิดระหว่างปี 1980-2000 เป็นยุคที่ถูกขนานนามว่าติดโซเชียลมีเดียหนึบเสียยิ่งกว่ากาว
โดย...ชาลินี ลงกานี
คนยุคมิลเลนเนียลส์ หรือเจนเอ็ม ที่เกิดระหว่างปี 1980-2000 เป็นยุคที่ถูกขนานนามว่าติดโซเชียลมีเดียหนึบเสียยิ่งกว่ากาว นอกจากนี้ยังมีอารมณ์ศิลปินสุดติสต์ ไม่ชอบทำตามกระแสซ้ำแบบใคร และแน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้ฟังดูไม่ส่งผลดีต่อการทำงานหรือทำธุรกิจแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม ซาราห์ โรส อัทแมน กลับชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของชาวเจนเอ็มที่มีประโยชน์ต่อการเป็นผู้ประกอบการก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว
อัทแมนเล่าประวัติโดยย่อของตัวเองตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานเป็นนักข่าว และไม่กี่ปีให้หลังก็ออกมาก่อตั้งบริษัทประชาสัมพันธ์ของตัวเองโดยตั้งชื่อว่า ซาราห์ โรส พับลิค รีเลชั่น และแน่นอนบรรดาผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมานานก็คงมองว่าอัทแมนเป็นเพียงเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ริอาจจะวิ่งก่อนหัดเดิน เพราะด้วยความที่อ่อนประสบการณ์และไม่เคยเรียนด้านการบริหารธุรกิจมาเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่อัทแมนยึดมั่นไว้หนักแน่นเลยคือความต้องการที่จะประสบความสำเร็จ
สองปีต่อมา บริษัท ซาราห์ โรส เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมกับดูแลลูกค้าทั่วสหรัฐ ผู้ประกอบการรุ่นเยาว์คนนี้จึงอยากให้คำแนะนำแก่บรรดาเพื่อนร่วมยุคที่ต้องการก้าวเข้ามาสู่วงการธุรกิจด้วยการมีความหนักแน่นและเชื่อมั่นในตัวเอง อย่าหลงเชื่อคำสบประมาทจากผู้อื่นที่เห็นว่าเจนเอ็มเป็นพวกที่ขี้เกียจ ไม่รู้จักบุญคุณ และไม่รู้จักโต พร้อมกับได้วิเคราะห์ถึง 5 พฤติกรรมที่ถูกมองในแง่ลบ ทว่ากลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้หนุ่มสาวยุคมิลเลนเนียลส์กลายมาเป็นเจ้าของกิจการที่ดีได้
นิสัยข้อแรกเลยคือความใจร้อน ต้องการอะไรก็ต้องได้ในเดี๋ยวนั้นราวกับมีเวทมนตร์คาถา แต่ความใจร้อนนี่เองเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้ทะยานไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอยู่ทุกนาที และเนื่องจากการไต่เต้าตามบันไดความก้าวหน้าของสายอาชีพนั้นเชื่องช้าไม่ทันใจ เลยต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยตัวเองเสียเลย
ถัดมาคือสมาธิจดจ่อที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียง 5 ปีเท่านั้น เพราะหากนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศนานกว่านั้นก็จะรู้สึกเบื่อ เหงา และเฉามาก แต่หากได้ลองทำอะไรที่ชอบแล้วละก็ ชาวเจนเอ็มก็จะทุ่มเทให้อย่างสุดตัว ดังนั้นหากลองได้เข้าไปทำในสายงานที่มีใจรัก ก็รับรองได้ว่าจะต้องไปได้สวยอย่างแน่แท้
ส่วนข้อสามนั้น คือ ความอยากมีชื่อเสียงและเงินทอง อัทแมนมองเห็นว่ารายการเรียลลิตี้ทีวีมีผลอย่างมากต่อพฤติกรรมนี้ เพราะระหว่างการนั่งดูวิถีชีวิตของบรรดาเหล่าคนรวยจากรายการโทรทัศน์ และคิดว่าตัวเองมีดีพอไม่แพ้เซเลบคนดังที่จะพาตัวเองไปสู่ชีวิตที่สุขสบายแบบนั้น ข้อดีต่อธุรกิจคือความมั่นใจในตัวเองที่แม้จะดูโอเวอร์ไปสักนิด แต่ก็ทำให้กล้าทำฝันให้กลายเป็นจริงได้
ความหมกมุ่นต่อโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่เจนเอ็มถูกตำหนิมากที่สุด เพราะทุกอณูดีเอ็นเอ ทุกลมหายใจเข้าออก จะต้องมีโซเชียลมีเดียอยู่ด้วย แต่ในยุคที่การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญ เครือข่ายไร้สายก็ถือเป็นข้อได้เปรียบด้านการค้า
สุดท้ายนี้คือความก๋ากั่นแม้ยังด้อยประสบการณ์และวัยวุฒิ แต่คนยุคมิลเลนเนียลส์มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยาน พร้อมที่จะใช้พลังไปกับการลองถูกลองผิด โดยไม่ปล่อยให้อายุเป็นขีดจำกัด และแน่นอนว่าการเริ่มต้นก่อนก็ย่อมได้เปรียบเสมอ







