posttoday
เจ็ทเอเชียปรับแผนสู้ศึกโลว์คอสต์แอร์บินไกล

เจ็ทเอเชียปรับแผนสู้ศึกโลว์คอสต์แอร์บินไกล

25 กรกฎาคม 2557

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ปีนี้เป็นปีที่ธุรกิจสายการบินแข่งขันร้อนแรง โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่ใจตรงกัน แตกไลน์สายการบินใหม่ ทำโลว์คอสต์แอร์ไลน์เส้นทางระหว่างประเทศ เช่น ไทยแอร์เอเชียเปิดไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ และนกแอร์ จับมือ สกู๊ต ของสิงคโปร์ ทำ นกสกู๊ต ซึ่งเส้นทางบินเป้าหมายที่มุ่งไปนั้น ต่างก็มีเกาหลีใต้และญี่ปุ่นอยู่ในบัญชีรายชื่ออันดับต้นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้สายการบินที่ทำธุรกิจเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ในเส้นทางดังกล่าวจึงตื่นตัวมากขึ้นในการปรับแผนธุรกิจเพื่อรับมือการแข่งขัน

ชัยรัตน์ แสงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายการบินเจ็ทเอเซีย แอร์เวย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่มีโลว์คอสต์แอร์ไลน์หันมาทำเส้นทางบินจากไทยไปญี่ปุ่นหลายสายการบิน และยังมีสายการบินระดับบนที่แตกไลน์เปิดสายการบินย่อยเพื่อลงมาทำตลาดกลางถึงล่าง ประกอบกับได้รับผลกระทบสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัวช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้สายการบินต้องปรับแผนการบริหารงานใหม่ เช่น การไปทำสัญญากับสายการบิน ยูโร แอตแลนติก ให้เช่าเครื่องบิน โบอิ้ง 767 จำนวน 1 ลำ พร้อมลูกเรือ เพื่อให้บริการบินเส้นทางภายในยุโรป 1 ปี

สำหรับช่วงนี้เป็นฤดูที่ยุโรปมีความต้องการบินสูง ขณะที่ยูโร แอตแลนติก มีเครื่องบินไม่เพียงพอรองรับ หากไปซื้อเครื่องลำใหม่พร้อมรับสมัครลูกเรือเอง จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะดำเนินการได้ จึงใช้วิธีมาเช่าเครื่องจากเจ็ทเอเซีย แอร์เวย์ ซึ่งหากแนวโน้มการให้บริการได้รับกระแสตอบรับดี อาจพิจารณาให้เช่าเครื่องบินเพิ่มอีกในอนาคต

ปัจจุบัน เจ็ทเอเซีย มีเครื่องบิน 6 ลำ เมื่อให้เช่าไปแล้วก็ยังเหลืออีก 5 ลำ สำหรับใช้ให้บริการชาร์เตอร์ไฟลต์เส้นทางจากภูเก็ตกรุงเทพฯ ไปยังเทียนจิน 10 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เสิ่นหยาง 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ชิงเต่า 6 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และจี้หนาน 11 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ส่วนเส้นทางบินกรุงเทพฯนาริตะ (โตเกียว) จะกลับมาให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่มีตารางเวลาบินประจำ (สเก็ตดวล ชาร์เตอร์ไฟลต์) อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.เป็นต้นไป โดยมี 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ วันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 01.05 น. ถึงสนามบินนาริตะ 09.30 น. ขากลับออกจากสนามบินนาริตะ 14.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 18.55 น. พร้อมๆ กับเส้นทางกรุงเทพฯเชจู (เกาหลีใต้) ส่วนราคาค่าโดยสารยังไม่ได้กำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทีมงานฝ่ายขายศึกษาราคาที่เหมาะสมแข่งขันกับคู่แข่งได้อยู่

“ก่อนจะเริ่มบินไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อีกครั้งช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) สายการบินจะไปร่วมออกงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก วันที่ 1417 ส.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจะมีราคาพิเศษออกมานำเสนอเหมือนกับการออกงานครั้งก่อนๆ” ชัยรัตน์ กล่าว

ขณะเดียวกัน สายการบินอยู่ระหว่างลงทุนในระบบการจองตั๋วเครื่องบิน โดยใช้ระบบของอะมาดิอุส ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบให้บริการข้อมูลเพื่อการเดินทางและการท่องเที่ยวระดับโลก (จีดีเอส) เพื่อรองรับแผนการดำเนินงานของสายการบินที่ต้องการขยายฐานจากชาร์เตอร์ไฟลต์ ไปทำเที่ยวบินที่มีตารางเวลาบินประจำ (สเก็ตดวล ไฟลต์) ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตทางการ

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรอรับเครื่องบินเพิ่มอีก4 ลำ ส่งผลให้มีเครื่องบินให้บริการ 10 ลำสิ้นปีนี้รวมทั้งกำลังเปิดรับสมัครนักบินและลูกเรือเพิ่มเติมรวม 60 คน ซึ่งน่าจะทันรองรับการทำสเก็ตดวล ไฟลต์ พอดี โดยเส้นทางบินที่มองไว้สำหรับ สเก็ตดวล ไฟลต์ ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ปักกิ่ง และภูมิภาคตะวันออกกลาง

ชัยรัตน์ กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายติดตั้งระบบจองเสร็จและพร้อมให้บริการสเก็ตดวล ไฟลต์ ปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้สายการบินรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น เพราะมีช่องทางจำหน่ายตั๋วเครื่องบินผ่านทางออนไลน์เอง ขายให้ผู้โดยสารได้โดยตรง จากปัจจุบันมีเพียงช่องทางจำหน่ายตั๋วเครื่องบินผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวเพียง 4 ราย คาดว่าหากเริ่มดำเนินการจริงจะรองรับผู้โดยสารเดินทางผ่านเจ็ทเอเซียได้ปีละ 1 ล้านคน เพิ่มจากสิ้นปีนี้ที่น่าจะมีผู้โดยสารเกือบ 5 แสนคน ขณะที่รายได้สิ้นปีนี้ยังคงเป้าหมาย 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 7,500 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มีรายได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองไทยที่เปลี่ยนไป มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดูแลพบว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวแถบเอเชียเข้าใจสถานการณ์ คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จึงไม่น่ากังวลกับการเดินทางมาไทย ส่วนกลุ่มสหรัฐอเมริกาและยุโรป ในช่วงแรกอาจรู้สึกว่าประชาธิปไตยในไทยหายไป แต่ปัจจุบันเริ่มเข้าใจมากขึ้น สะท้อนได้จากการปรับท่าทีที่แสดงต่อไทยเริ่มเบาลง น่าจะเป็นผลดีต่อความต้องการบิน

ด้านกรณีที่สายการบินคู่แข่งมากขึ้นและต่างลดราคาค่าโดยสาร ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจสายการบินยากขึ้น ต้องปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริหารต้นทุนเพื่อให้สู้ได้ ขณะที่ราคาค่าโดยสารที่ถูกลงเป็นผลดีต่อผู้บริโภค ทำให้มีทางเลือกหลากหลายขึ้น แต่เชื่อว่า การลดราคามากๆ เป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อโปรโมทเส้นทางบินในช่วงแรกเท่านั้น ไม่น่าจะใช่ราคาที่ใช้ในระยะยาว

เมื่อเจ็ทเอเซียได้ยกระดับเป็นสเก็ตดวล ไฟลต์ คาดว่าการแข่งขันกลุ่มสายการบินที่บินเส้นทางเอเชีย โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จะยิ่งร้อนแรงกว่านี้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท