
ยักษ์ใหญ่วงการน้ำตาลพบประยุทธ์
“ประยุทธ์”ให้นโยบาย 3 ด้านอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาล โซนนิ่งปลูกอ้อย กระจายโรงน้ำตาลขนาดเล็กสู่ชุมชน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
“ประยุทธ์”ให้นโยบาย 3 ด้านอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาล โซนนิ่งปลูกอ้อย กระจายโรงน้ำตาลขนาดเล็กสู่ชุมชน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลัง เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทคู่ค้าน้ำตาลรายใหญ่ของโลก นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าน้ำตาลของโลกซึ่งมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.นำคณะเข้าพบว่า หัวหน้า คสช. ได้กล่าวกับคณะฯ ถึงความจำเป็น ที่ คสช. ต้องเข้ามาปกครองประเทศว่าเพื่อต้องดูแลความสงบเรียบร้อยพร้อมกับสร้างเสถียรภาพการเมืองและเศรษฐกิจ และหลังจากนี้จะดำเนินการต่างๆ ตามโร้ดแมปที่วางไว้
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องบูรณาการ 3 ส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำตาล ได้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ ผู้ผลิตในประเทศ รวมถึงนโยบายของภาครัฐ พร้อมกันนี้ได้ให้นโยบายอ้อยและน้ำตาลทรายในฤดูการผลิต 2557/2558 ที่กำลังจะมาถึงนี้ใน 3 ด้าน ได้แก่
1.นโยบายด้านการเพาะปลูกอ้อย ที่ต้องมีการจัดโซนการเพาะปลูกให้มีความชัดเจนแต่ต้องครอบคลุมปริมาณน้ำตาลที่เพียงพอต่อทั้งการบริโภคในประเทศและส่งออก โดยไม่กระทบราคา 2. กระจายโรงงานผลิตน้ำตาลขนาดเล็กไปยังชุมชนที่ปลูกอ้อย แต่ต้องไม่ให้โรงงานนั้นๆ สร้างผลกระทบเช่นสร้างผลพิษสู่ชุมชน โดยส่วนนี้มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปพิจารณา 3.นโยบายการเพาะปลูกอ้อยที่ควรลดการใช้ปุ๋ยเคมีหันมาปลูกแบบอินทรีย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรชาวไร่อ้อย
ขณะเดียวกัน คสช. จะให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพราะเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศด้วยอันดับการส่งออกอันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล โดย ณ ปี 2557 ประเทศไทจะมีการผลิตน้ำตาลทราย 11.29 ล้านตัน โดยแบ่งเป็นโควตาเพื่อบริโภคในประเทศ 2.5 ล้านตัน และส่งออก 8.79 ล้านตัน
นอกจากนี้ คสช. พร้อมจะให้การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมนี้ ทั้งด้านการขนส่งทั้งบนทางถนน รถไฟรางคู่ การขนส่งทางน้ำ การเร่งนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย คสช. จะรับฟังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการค้าที่ยั่งยืน โดยผู้ที่มีข้อเสนอสามารถยื่นข้อเสนอผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอกับ คสช. ได้
“ประเด็นที่หัวหน้า คสช. พูดนั้น ได้สร้างความเชื่อมั่นกับผู้ค้าน้ำตาลระดับโลกที่เข้าพบ และเขาเองก็มีมุมมองออกมาที่เป็นบวกต่อสถานการณ์ในประเทศไทย และนอกจากอุตสาหกรรมน้ำตาลแล้วหัวหน้า คสช. ยังเชิญชวนไปถึงนักลงทนอุตสาหกรรมอื่นๆ ให้มาลงทุนในไทยเพราะเรามีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รองรับรวมถึงนโยบายบีโอไอ โดยไม่ต้องห่วงว่า คสช. จะสั่งอะไร” นายวิฑูรย์ กล่าว
ผู้สื่ข่าวรายงานว่า ในการเข้าพบหัวหน้า คสช. มีผู้ผุ้บริหารรดับสูงของบริษัทผู้ค้าน้ำตาลระดับโลก 6 ราย ได้แก่จากบริษัท ED&MAN Sugar จำกัด บริษัท Wilmer Sugar Pte.Ltd. บริษัท Cargill จำกัด บริษัท Sucden(ประเทศไทย)จำกัด และ บริษัท Bunge จำกัด ผู้เชี่ยวชาญ 1 ราย ตัวแทนจากสามสมาคมโรงงานน้ำตาลทราย 4 ราย ได้แก่นายวิบูลย์ ผาณิตวงศ์ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ นางชนิดา อัษฎาธร และนายบุญญฤทธิ์ ณ วังขนาย







