
ไทยพาณิชย์ประเมินจีดีพีปีนี้โต1.6%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ไทยพาณิชย์ คงประมาณการเศรษฐกิจปีนี้แค่ 1.6% หลังส่งออกแผ่วโตแค่ 1% แต่ปี 58 สดใสคาดเศรษฐกิจโต 4.7%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ไทยพาณิชย์ คงประมาณการเศรษฐกิจปีนี้แค่ 1.6% หลังส่งออกแผ่วโตแค่ 1% แต่ปี 58 สดใสคาดเศรษฐกิจโต 4.7%
น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ขยายตัว 1.6% โดยเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศ คือ การบริโภคในประเทศ การลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยว เข้ามาชดเชยการส่งออกที่มีแนวโน้มการขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้เดิม
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจได้แก่ 1. สถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นภายหลังคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศส่งผลอย่างชัดเจนต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชน 2. การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนภาครัฐ รวมไปถึงการให้ความสำคัญต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ และ 3. การช่วยเหลือเกษตรกรผ่านการจ่ายคืนค่าจำนำข้าวให้แก่เกษตรกรและแนวคิดการช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ผ่านการให้สินเชื่อต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบต่ออุปสงค์ภายในประเทศยังคงมีอยู่ ทั้งจากแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของการบริโภคภาคเอกชนเนื่องจากแรงกดดันด้านรายได้ และภาระหนี้ครัวเรือน รวมไปถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายภาครัฐจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในด้านความโปร่งใส แต่อาจส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในบางส่วนมีความล่าช้า
น.ส.สุทธาภา กล่าวว่า คาดการณ์ส่งออกไทยปีนี้ขยายตัวในระดับ 1% ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์เดิมที่ 4% เป็นผลจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ 1.ราคาสินค้าเกษตรลดลง 2.การชะลอตัวของอุปสงค์จากประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งกระทบชัดเจนต่อสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ 3.การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการส่งออกรถยนต์เป็นรถอีโคคาร์ที่มีราคาต่อหน่วยต่ำกว่ารถประเภทอื่นๆ และ 4.สินค้าส่งออกกลุ่มอิเลกทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าล้าสมัย
ส่วนแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่า จะอ่อนค่าลงเป็น 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าค่าเงินบาทจะมีการแข็งค่าขึ้นในระยะที่ผ่านมาจากเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศที่ดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยจากภาวะเงินทุนไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่จากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่เร็วกว่าคาด ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่มีแนวโน้มคงอยู่ที่ 2% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และเป็นระดับต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคพอสมควร







