
SMEญี่ปุ่นส่อหนีเวียดนาม
เหตุต้นทุนแรงงานพุ่งขาดแคลนวัตถุดิบเบนเข็มซบเพื่อนบ้านพม่ากัมพูชา
เหตุต้นทุนแรงงานพุ่งขาดแคลนวัตถุดิบเบนเข็มซบเพื่อนบ้านพม่ากัมพูชา
เอสเอ็มอีญี่ปุ่นโอด ต้นทุนค่าแรงเวียดนามพุ่ง กดดันธุรกิจเบนเข็มลงทุนพม่ากัมพูชา
ฮิโระกาซึ ยามาโอกะ กรรมการฝ่ายสนับสนุนธุรกิจต่างประเทศขององค์กรส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ในเวียดนาม ออกโรงเตือนว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) แดนปลาดิบ อาจเบนเข็มเป้าหมายการขยายธุรกิจและการลงทุนไปยังกัมพูชาและพม่าแทนเวียดนาม เนื่องจากธุรกิจญี่ปุ่นยังเผชิญกับอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในเวียดนามหลายประการ โดยเฉพาะด้านต้นทุนแรงงานในบางพื้นที่ที่ดีดตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ยปีละ 20%
ยามาโอกะ เสริมว่า การดีดตัวของต้นทุนค่าจ้างนั้น ไม่ได้สอดคล้องกับคุณภาพแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องธุรกิจต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ฉุดรั้งศักยภาพการแข่งขันด้านราคากับบริษัทคู่แข่งจากต่างประเทศอื่นๆ ตลอดจนผลักดันให้นักลงทุนหันไปให้ความสำคัญกับตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เช่น กัมพูชาและพม่ามากขึ้น
นอกจากนี้ ธุรกิจญี่ปุ่นยังประสบปัญหาด้านการจัดหาวัตถุดิบจากในประเทศ ส่งผลให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ กดดันให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นและฉุดรั้งศักยภาพการแข่งขันในที่สุด
ยามาโอกะ มองว่า หากเวียดนามสามารถยกระดับคุณภาพ “อุตสาหกรรมสนับสนุน” หรืออุตสาหกรรมกลางน้ำที่รองรับอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กระนั้นก็ตาม อสึสุกะ คาวาดะ หัวหน้าผู้แทนเจโทรในเวียดนาม เปิดเผยว่า แม้ว่าธุรกิจญี่ปุ่นเผชิญอุปสรรคทางธุรกิจในหลายด้าน ทว่าในปัจจุบันยังคงมีเอสเอ็มอีญี่ปุ่นถึง 30% วางแผนขยายธุรกิจไปยังเวียดนาม เนื่องจากมองว่าเวียดนามมีบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุนและดำเนินธุรกิจมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
“บรรยากาศการลงทุนของเวียดนามพัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ ก็ทุ่มงบประมาณพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนมาตรการสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอย่างเต็มที่” คาวาดะ ระบุ
ทั้งนี้ จนถึงเดือน เม.ย. 2014 ญี่ปุ่นถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นดำเนินธุรกิจใน 18 ภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ







