
เศรษฐกิจดีไม่ดี เขาดูกันที่ไหน
ช่วงนี้ตลาดหุ้นก็ขึ้นทุกวัน แม้ว่าจะไม่มีข่าวมาสนับสนุนการปรับเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นมาเลย แถมยังมีข่าวร้ายเข้ามาซ้ำเติมเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นข่าวธนาคารโปรตุเกสผิดนัดชำระหนี้ หรือข่าวเครื่องบินมาเลเซียถูกยิงตกที่ยูเครน ฯลฯ ตลาดหุ้นเมืองไทยก็ไม่สะทกสะท้าน จนหลายๆ คนเริ่มกลับมาสงสัยกันว่า “ตลาดหุ้นที่ขึ้นครั้งนี้เป็นภาวะกระทิงของจริงหรือไม่?” เข้าซื้อตอนนี้จะทำให้เป็นชาวดอย เป็นนักลงทุนระยะยาวหรือเปล่า หรือหากขายตอนนี้จะเป็นการขายหมูหรือไม่
ช่วงนี้ตลาดหุ้นก็ขึ้นทุกวัน แม้ว่าจะไม่มีข่าวมาสนับสนุนการปรับเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นมาเลย แถมยังมีข่าวร้ายเข้ามาซ้ำเติมเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นข่าวธนาคารโปรตุเกสผิดนัดชำระหนี้ หรือข่าวเครื่องบินมาเลเซียถูกยิงตกที่ยูเครน ฯลฯ ตลาดหุ้นเมืองไทยก็ไม่สะทกสะท้าน จนหลายๆ คนเริ่มกลับมาสงสัยกันว่า “ตลาดหุ้นที่ขึ้นครั้งนี้เป็นภาวะกระทิงของจริงหรือไม่?” เข้าซื้อตอนนี้จะทำให้เป็นชาวดอย เป็นนักลงทุนระยะยาวหรือเปล่า หรือหากขายตอนนี้จะเป็นการขายหมูหรือไม่
ปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนสนใจก็คือเศรษฐกิจไทยจะดีหรือไม่ เพราะแบงก์ชาติเองก็บอกมาว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตเพียง 1.5% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ดูแล้วเศรษฐกิจไทยไม่น่าจะดี หรือว่ามีข้อมูลอื่นหรือเปล่าที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น
จริงๆ แล้วมีตัวบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจมากมายที่เราสามารถนำมาใช้วิเคราะห์คาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอแบงก์ชาติประกาศ เพราะถึงตอนนั้นอาจจะสายไปแล้วก็ได้ แต่การที่เราจะใช้ข้อมูลมาวิเคราะห์สิ่งสำคัญก็คือข้อมูลนั้นต้องมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
สิ่งบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจที่มีประโยชน์และเชื่อถือได้ก็คือ ดัชนีเศรษฐกิจ (Economic Index) EI
ดัชนีเศรษฐกิจ (Economic Index) EI คือ ตัวเลขบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจระดับมหภาคของประเทศ ช่วยให้รู้ถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ใช้เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าทางเศรษฐกิจ สำหรับเป็นแนวทางในการวางแผนและนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐและเอกชน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.ดัชนีวัฏจักรธุรกิจ (Business Cycle Index)
2.ดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ (Expectation Index)
ดัชนีวัฏจักรธุรกิจ (Business Cycle Index) คือ ดัชนีที่จัดทำขึ้นจากตัวแปรที่สำคัญๆ ทางเศรษฐกิจเพื่อใช้แสดงทิศทางของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เป็นดัชนีที่แสดงคลื่นความถี่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่มีการผกผันขึ้นลงในลักษณะเป็นวัฏจักร ทั้งนี้คลื่นภาวะเศรษฐกิจในวงจรหนึ่งประกอบด้วย จุดต่ำสุด ช่วงขยายตัว จุดสูงสุด และช่วงหดตัว เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ใช้พยากรณ์ แนวโน้ม ทิศทาง การขยายตัว หดตัวของเศรษฐกิจ เพื่อการวางแผนและนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐและเอกชน ดัชนีวัฏจักรเศรษฐกิจจัดสร้างโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
การอ่านค่าดัชนีวัฏจักรธุรกิจ พิจารณาจากอัตราการขยายตัว (Sixmonth smoothed annualized growth rate) ของดัชนีวัฏจักรธุรกิจที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา เพื่อติดตามจุดวกกลับของเศรษฐกิจ
1.หากค่าอัตราการขยายตัวมีค่าเป็นบวก แสดงว่าเศรษฐกิจเติบโต หรือขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อใดที่ค่าอัตราการขยายตัวเปลี่ยนเป็นค่าลบต่อเนื่องกันหลายเดือน แสดงว่าเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงจากช่วงขยายตัวเข้าสู่ช่วงชะลอตัว
2.หากค่าอัตราการขยายตัวมีค่าเป็นลบ แสดงว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงชะลอตัว เมื่อใดที่ค่าอัตราการขยายตัวของดัชนีเปลี่ยนเป็นค่าบวกต่อเนื่องกันหลายเดือน แสดงว่าเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ช่วงขยายตัว
ดัชนีวัฏจักรธุรกิจแยกเป็น
1.ดัชนีพ้องวัฏจักรธุรกิจ (Coincident Cycle Index) แสดงทิศทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
2.ดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจระยะสั้น (Short Leading Cycle Index) คาดการณ์ทิศทางของเศรษฐกิจล่วงหน้า 35 เดือน
3.ดัชนีชี้นำวัฏจักรธุรกิจระยะกลาง (Mediumrun Leading Cycle Index) คาดการณ์ทิศทางของเศรษฐกิจล่วงหน้า 911 เดือน
4.ดัชนีชี้นำวัฏจักรเงินเฟ้อ (Leading Inflation Index) คาดการณ์ทิศทางของภาวะเงินเฟ้อล่วงหน้า 79 เดือน
ไว้ครั้งหน้าเราจะมาคุยกันต่อนะครับว่า ดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจคืออะไร การอ่านค่าดัชนี อ่านกันอย่างไรครับ
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเอง และได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ







