
“หุ้นเช้า24ก.ค.บวก 2.67 จุด”
ดัชนีแกว่งตัวผันผวนทั้งแนวลบและแนวบวก จนมาปิดที่ 1,544.23จุด เพิ่มขึ้น 2.67จุด หรือ 0.17 % มูลค่าการซื้อขาย 25,002.50 ล้านบาท
ดัชนีแกว่งตัวผันผวนทั้งแนวลบและแนวบวก จนมาปิดที่ 1,544.23จุด เพิ่มขึ้น 2.67จุด หรือ 0.17 % มูลค่าการซื้อขาย 25,002.50 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ดัชนีหุ้นวันนี้จะเคลื่อนไหวผันผวนแบบไซด์เวย์ เนื่องจากรับรู้ปัจจัยบวกไปมากแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อคืนที่ผ่านมาส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางสถานการณ์ควานรุนแรงในยูเครนที่เพิ่มขึ้น หลังเครื่องบินรบของยูเครนถูกกลุ่มกบฏยิงตกบริเวณใกล้ชายแดนรัสเซีย สำหรับปัจจัยในประเทศยอดส่งออกรถยนต์ในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 6.6% แต่ยอดการผลิตและขายรถยนต์ภายในประเทศลดลง
สำหรับตลาดหุ้นไทย มองว่าตลาดรับรู้ปัจจัยบวกจากการได้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้ว และราคาหุ้นในเชิงพื้นฐานเริ่มตึงตัว ทำให้ตลาดอาจปรับตัวกรอบไซด์เวย์ตามกระแสเงินทุนต่างประเทศ
ทั้งนี้ มีมุมมองระยะสั้นเป็นเชิงบวกมากขึ้น จากแรงผลักดันด้านสภาพคล่อง อิงตามกรอบแนวโน้มการซื้อขายสะสมสุทธิของต่างชาติ และมองว่าต่างชาติจะซื้อสุทธิอีกราว 2 หมื่นล้านบาท (นับจาก 16 ก.ค. เป็นต้นไป) หรือคิดเป็นดัชนีอาจไต่ขึ้นไปสู่ระดับ 1575-1580 จุดใน 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม มองการขึ้นของดัชนีเป็นเพียงการยืดตัวตามสภาพคล่องของกระแสเงินทุนต่างประเทศ ไหลเข้าเท่านั้น ดังนั้น การเทรดดิ้งรอบนี้ ควรกำหนดจุดขายตัดขาดทุนที่แน่นอนไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากภาวะตลาดเกิดพลิกผัน โดยอาจใช้แนวรับที่ระดับ 1,495-1,500 จุด พร้อมกลยุทธ์ดัชนีลงซื้อขึ้นแล้วขาย
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ
CK มูลค่าการซื้อขาย 3,041 ล้านบาท ปิดที่ 24.40 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+4.27%)
CKP มูลค่าการซื้อขาย 1,402ล้านบาท ปิดที่ 17.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.30 บาท (+8.12%)
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 1,196 ล้านบาท ปิดที่ 33.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท (+4.76%)
STEC มูลค่าการซื้อขาย 943 ล้านบาท ปิดที่ 24.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท (+0.83 %)
ITD มูลค่าการซื้อขาย 743 ล้านบาท ปิดที่ 5.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท (+0.91%)







