posttoday
สยายปีกยึดเอเชีย"เชลล์"ตั้งศูนย์วิจัยเซี่ยงไฮ้

สยายปีกยึดเอเชีย"เชลล์"ตั้งศูนย์วิจัยเซี่ยงไฮ้

23 กรกฎาคม 2557

เอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์เร็วที่สุดของโลก

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

เอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์เร็วที่สุดของโลก และ ณ ตอนนี้เอเชียมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันเครื่องคิดเป็น 43% ของปริมาณตลาดรวมในปี 2556 และมีปริมาณความต้องการใช้ในอัตราที่สูงมากเช่นกัน

“เชลล์” เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก มีการทุ่มงบวิจัยมหาศาลในแต่ละปี ส่งผลให้ปัจจุบันเชลล์มีศูนย์วิจัยเทคโนโลยีหลัก 3 แห่งทั่วโลก ซึ่งตั้งอยู่ในนครอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ นครบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย และนครฮุสตัน ประเทศสหรัฐ ในขณะที่ศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะรับผิดชอบศูนย์เทคโนโลยีย่อยอีกศูนย์ละ 1 แห่ง ตลอดจนศูนย์วิจัยด้านผลิตภัณฑ์หล่อลื่น 3 แห่งทั่วโลก

ที่สำคัญศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเหล่านี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในระดับสากลของเชลล์ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นในตลาดจีนที่ขณะนี้อยู่ที่อันดับ 2 ของโลก และมีแนวโน้มว่าในอนาคตความต้องการน้ำมันหล่อลื่นในจีนจะแซงหน้าตลาดสหรัฐ ล่าสุดเชลล์ตัดสินใจเปิด “ศูนย์เทคโนโลยีเชลล์ประจำนครเซี่ยงไฮ้” จากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เชลล์ริเริ่มบุกตลาดด้านผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นในจีน จนกระทั่งมีส่วนแบ่งตลาดมากอันดับ 1 เป็นเวลา 7 ปีติดต่อกัน

ในขณะที่เป้าหมายหลักๆ ในการตั้งศูนย์วิจัยในจีนจะเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นโดยเฉพาะ คิดค้นผลิตภัณฑ์สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลรถบรรทุกและผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในอุตสาหกรรม โดยมุ่งพัฒนาน้ำมันหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ “เชลล์ ริมูล่า” “เชลล์ โรเทลล่า” “เชลล์ เทลลัส” “เชลล์ กาดุส” และ “เชลล์ สไปแร็กซ์” เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์

“เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา กลุ่มเชลล์ได้ลงทุนกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4 หมื่นล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความท้าทายด้านการใช้พลังงานในอนาคต ซึ่งการที่เชลล์ตัดสินใจตั้งศูนย์วิจัยที่เซี่ยงไฮ้ เพราะเห็นว่าจีนเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่ส่งผลต่อการเติบโตระยะยาวของบริษัท ขณะที่ศูนย์แห่งนี้จะวิจัยผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในทวีปเอเชีย เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม โดยจะทำงานใกล้ชิดกับศูนย์เทคโนโลยีของเชลล์อีกสองแห่งในเยอรมนีและสหรัฐ และศูนย์วิจัยแห่งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนาของเชลล์ที่มีอยู่ 10 แห่งทั่วโลก” เซลด้า กันเซล รองประธานด้านเทคโนโลยีเพื่อการพาณิชย์ กลุ่มเชลล์ ระบุ

ขณะที่ ริชาร์ด ทักเกอร์ หัวหน้าฝ่ายจัดส่งสากล (Global Delivery Manager) ส่วนงานผลิตภัณฑ์หล่อลื่นสำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรมของเชลล์ เชื่อว่าการพัฒนาเชื้อเพลิงในอนาคตจะต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลเครื่องยนต์ รักษาสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในแต่ละภูมิภาคจะมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ขณะที่ในปี 2050 หรือในอีก 35 ปีข้างหน้า รถยนต์ 2 ใน 3 ยังคงใช้เครื่องยนต์ที่เป็นน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งเป็นความท้าทายของเชลล์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคตรองรับความต่้องการลูกค้า

นั่นเพราะน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงจะช่วยปกป้องเครื่องยนต์ 3 ประการ คือ 1.ต้านทานการสึกหรอ 2.ป้องกันการกัดกร่อน และ 3.ขจัดคราบเขม่า รักษาความสะอาดของเครื่องยนต์และลูกสูบ ดังนั้น น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงจึงช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษา เพิ่มผลกำไรในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

“ผลลัพธ์ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ผสานกับการประยุกต์ใช้แนวคิดต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญทางเคมีระดับชั้นนำของโลก นักวิทยาศาสตร์ของเชลล์ได้ทำการทดลองอย่างเข้มข้นเพื่อพิสูจน์ว่า หากผู้ใช้งานเลือกและใช้งานผลิตภัณฑ์หล่อลื่นอย่างถูกต้องเหมาะสม ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นเหล่านั้นสามารถช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับการดำเนินธุรกิจได้ ข้อสรุปดังกล่าวนี้สามารถพิสูจน์ได้จากจำนวนเงินหลายล้านเหรียญที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการในหลากหลายทวีป” ริชาร์ด บอก

สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า การจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่ขนาดเท่านั้น แต่อยู่ที่การสะสมเทคโนโลยีผ่านการทุ่มทุนด้านการวิจัยด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท