
หมดหวังขายตันละหมื่น
หลังภาคเอกชนเสนอยุทธศาสตร์อนาคตข้าวไทยให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน กรอ. มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์นำยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปผลักดัน
หลังภาคเอกชนเสนอยุทธศาสตร์อนาคตข้าวไทยให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน กรอ. มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์นำยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปผลักดัน
เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. สมาคมได้ร่วมประชุมกับ กระทรวงพาณิชย์ สมาคมโรงสีข้าวไทย และตัวแทนชาวนา เพื่อหารือถึงแนวทางยุทธศาสตร์อนาคตข้าวไทยที่หอการค้าไทยนำเสนอ หากได้ข้อสรุปก็จะเสนอ คสช.ภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ตัวแทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้เสนอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการข้าว (ไรซ์บอร์ด) เพราะจะทำให้ขั้นตอนการดูแลระบบข้าวทำได้ง่ายขึ้น และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าจะไม่สามารถใช้เป็นกลไกในการกำหนดราคาข้าวได้
“เรื่องราคาข้าวยอมรับว่าเราไม่สามารถกำหนดได้ เพราะราคาข้าวจะถูกกำหนดโดยตลาดโลก ดังนั้นข้อเสนอของชาวนาที่ต้องการให้ราคาข้าวเปลือกของไทยอยู่ที่ประมาณตันละ 1 หมื่นบาท คงเป็นไปได้ยาก แต่หากจะให้ชาวนาขายข้าวได้ตันละ 1 หมื่นบาท รัฐบาลต้องนำงบประมาณมาจ่ายส่วนต่าง แต่ส่วนตัวมองว่าราคาข้าวควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดน่าจะดีที่สุด” เจริญ ระบุ
ด้าน วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า สมาคมได้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวนา โดยการตั้งราคากลางในการรับซื้อข้าวเปลือกในตลาดที่ความชื้น 15% อยู่ที่ประมาณ 11.2 หมื่นบาท/ตัน โดยกำหนดช่วยเหลือเฉพาะชาวนารายย่อยที่มีพื้นที่เพาะปลูกไม่เกิน 30 ไร่ และต้องการให้รัฐบาลกำหนดมาตรการและหาวิธีการช่วยเหลือชาวนาอย่างเป็นระบบในระยะยาวด้วย
“ราคาข้าวที่ภาครัฐรับรองว่าจะอยู่ที่ 7,000 บาท/ตัน ผมมองว่ายังไม่สามารถช่วยชาวนาได้ เพราะต้นทุนการปลูกข้าวอยู่ที่ 6,000 บาท/ตัน ซึ่งการทำนา 1 ไร่ ได้ข้าวไม่ถึงตัน ชาวนาก็เดือดร้อน ส่วนการช่วยเหลือราคาปุ๋ยนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ยังไม่ตรงจุด” วิเชียร กล่าว







