
ถอดบทเรียน"ฟิลิปปินส์"ส่งแรงงานบุกนอก
ฟิลิปปินส์ คือ ชาติอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียนด้านส่งแรงงานไปต่างประเทศในปี 2555
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ฟิลิปปินส์ คือ ชาติอันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของอาเซียนด้านส่งแรงงานไปต่างประเทศในปี 2555 แรงงานฟิลิปปินส์ที่ออกไปทำงานในต่างประเทศแบบชั่วคราว (OFWs) ส่งเงินกลับประเทศมากถึง 2.13 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อะไรคือปัจจัยให้ฟิลิปปินส์ส่งออกแรงงานได้อย่างเข้มแข็ง
กมลพร สอนศรี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เจ้าของงานวิจัย “การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือของประเทศฟิลิปปินส์” เล่าว่า ฟิลิปปินส์มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การส่งแรงงานไปต่างประเทศเข้มแข็ง ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้โครงสร้างบริหารจัดการแรงงานเข้มแข็ง
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแรงงาน ได้แก่ รัฐบัญญัติชาวฟิลิปปินส์ในต่างประเทศและแรงงานย้ายถิ่น ค.ศ. 1995 หรือรัฐบัญญัติสาธารณรัฐ 8042 ซึ่งยกระดับและส่งเสริมสวัสดิการของชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในต่างประเทศ ตลอดจนครอบครัวให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐต้องส่งเสริมการจัดหางานไปต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบและให้โอกาสอย่างเท่าเทียม
ต่อมากลุ่มเอ็นจีโอ องค์กรวิชาชีพ เรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงรัฐบัญญัติฉบับดังกล่าว จนเกิดรัฐบัญญัติสาธารณรัฐ 9422 ในปี 2007 ให้ลดขั้นตอนการไปทำงานในต่างประเทศ ให้ฝึกอบรมก่อนออกไปทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานที่ดูแลแรงงานไปต่างประเทศ
ปัจจุบันมีหน่วยงานหลักดูแลแรงงานไปต่างประเทศ 4 หน่วยงานรัฐ 1 กลุ่มภาคเอกชน และ1 กลุ่มภาคประชาสังคม ประกอบด้วย 1.สำนักงานบริหารแรงงานฟิลิปปินส์ไปต่างประเทศ (POEA) รับผิดชอบการจัดหางานในต่างประเทศและกำหนดนโยบาย นำนโยบายการจ้างแรงงานชาวฟิลิปปินส์ในต่างประเทศไปปฏิบัติ POEA ยังทำหน้าที่พิจารณาคุณสมบัติ ออกใบอนุญาตตลอดจนสอดส่องดูแลตัวแทนจัดหางาน
2.สำนักงานแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (POLO) ซึ่งอยู่ในประเทศต่างๆ มีนักการทูตแรงงาน ผู้ช่วยนักการทูตแรงงาน เจ้าหน้าที่สวัสดิการ คอยให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่แรงงานฟิลิปปินส์ในพื้นที่ ตลอดจนเจรจาจัดการความขัดแย้งกับนายจ้างต่างชาติ มีอยู่ 33 แห่งทั่วโลก
3.สำนักบริหารสวัสดิการแรงงานในต่างประเทศ (OWWA) ถือเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทมากหน่วยงานหนึ่ง เนื่องจากผู้ที่เป็นสมาชิกและจ่ายเงินสมทบเข้า OWWA จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ประกันภัยการเสียชีวิต ทุพพลภาพ และการดูแลรักษาสุขภาพ การศึกษาและการฝึกอบรม ตลอดจนความช่วยเหลือในสถานที่ทำงาน
4.หน่วยงานพัฒนาฝีมือแรงงานและเทคนิคศึกษา (TESDA) ทำหน้าที่ให้ใบรับรองและประสบการณ์การทำงาน คอยดูแลโปรแกรมพัฒนาทักษะ พัฒนาระบบ ให้เงินทุนช่วยเหลือผู้ฝึกสอน
ขณะที่ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมถือเป็นจุดแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน กมลพร บอกว่า ตัวแทนจัดหางานภาคเอกชนของฟิลิปปินส์ ต้องขึ้นทะเบียนกับ POEA และจะได้รับการจัด “เกรดรางวัล” ของบริษัทตัวเองว่าอยู่ระดับใด แรงงานจึงสามารถรู้ได้ว่าหากเลือกใช้งานตัวแทนรายใด จะได้รับการบริการและดูแลแบบใด และหน้าที่ของตัวแทนเหล่านี้ไม่ใช่หางานให้เสร็จแล้วเลิกกันไป แต่ยังต้องคอยติดตามต่อจนกระทั่งแรงงานกลับประเทศด้วย
สำหรับ ภาคประชาสังคม เข้ามามีบทบาทมากอย่างชัดเจน โดยเข้ามาช่วยส่งเสริมและผลักดันแรงงานฟิลิปปินส์ไปทำงานต่างประเทศ ช่วยเหลือแรงงานในต่างประเทศ นอกจากนี้เหล่าเอ็นจีโอยังได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้ทำหน้าที่ปฐมนิเทศแรงงานก่อนออกเดินทาง
กมลพร ย้ำว่า ฟิลิปปินส์นับเป็นต้นแบบที่ดีในการส่งเสริมการส่งออกแรงงานอย่างครบวงจร ไทยในฐานะที่มีแรงงานออกไปทำงานต่างประเทศจำนวนมาก จึงควรพิจารณารูปแบบการจัดการแรงงานของฟิลิปปินส์ นำมาเป็นแบบอย่างการบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานมากขึ้นในอนาคต







