posttoday
ประคองปีกฝ่าวิกฤต

ประคองปีกฝ่าวิกฤต

22 กรกฎาคม 2557

บางครั้งโชคร้ายไม่ได้มาครั้งเดียว แต่โศกนาฏกรรม 2 ครั้งที่เกิดขึ้นกับมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ก็เกิดถี่เกินไปสำหรับสายการบินที่กำลังมีปัญหาการเงินรุมเร้า แล้วต้องมาสูญเสียเครื่องบิน 2 ลำ และผู้โดยสารรวมลูกเรือกว่า 500 คน ภายในเวลาเพียง 4 เดือนกว่า ทำให้หลายคนเชื่อว่าความอยู่รอดของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส จากนี้ไปอยู่ในกำมือของรัฐบาลมาเลเซียเท่านั้น

บางครั้งโชคร้ายไม่ได้มาครั้งเดียว แต่โศกนาฏกรรม 2 ครั้งที่เกิดขึ้นกับมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ก็เกิดถี่เกินไปสำหรับสายการบินที่กำลังมีปัญหาการเงินรุมเร้า แล้วต้องมาสูญเสียเครื่องบิน 2 ลำ และผู้โดยสารรวมลูกเรือกว่า 500 คน ภายในเวลาเพียง 4 เดือนกว่า ทำให้หลายคนเชื่อว่าความอยู่รอดของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส จากนี้ไปอยู่ในกำมือของรัฐบาลมาเลเซียเท่านั้น

โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เผชิญอยู่ไม่ใช่ปัญหาเดียวสำหรับสายการบินรายนี้ ที่ต้องเจอกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากบรรดาสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ จนทำให้สายการบินธรรมดาแถวหน้าหลายรายต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนในปัจจุบัน

ในส่วนของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส นักวิเคราะห์ของเมย์แบงก์ ให้ข้อมูลว่า แบกยอดขาดทุนอยู่ประมาณวันละ 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และขาดทุนติดต่อกันตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2556 ขาดทุน 1.17 พันล้านริงกิต หรือประมาณ 363 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มจากขาดทุน 433 ล้านริงกิต ในปี 2555

จอร์จ โฮบิกา ผู้ก่อตั้ง airfarewatchdog.com เห็นว่าการที่เครื่องบินเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ถูกยิงตกในยูเครนอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับสายการบินแห่งนี้เหมือนกับสมัยที่เที่ยวบิน 103 ของสายการบินแพนแอมของสหรัฐระเบิดในสกอตแลนด์เมื่อปี 2531 ก็ได้ ซึ่งตอนนั้นผู้โดยสาร 243 คน และลูกเรือ 16 คน เสียชีวิตทั้งหมด

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางอย่าง มาร์ก เมอร์ฟี่ เชื่อว่าบางทีวิธีการรับมือกับวิกฤตของสายการบินอาจมีอิทธิพลต่อผู้โดยสารมากกว่าตัวโศกนาฏกรรมเองเสียอีก

“สายการบินไม่ได้ล้มเพราะโศกนาฏกรรม แต่มีหลายเหตุผลที่ทำให้มันล้ม การเกิดโศกนาฏกรรมติดๆ กันอย่างที่เกิดกับมาเลเซียแอร์ไลน์ส อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายก็ได้ แม้ว่าโดยทั่วไปสายการบินจะล้ม เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า บวกกับอยู่ในช่วงที่ย่ำแย่ก็ตาม”

เมอร์ฟี่ได้ยกกรณีของสายการบินแพนแอมที่ไม่ได้เจ๊งเพราะเหตุระเบิดในสกอตแลนด์อย่างเดียว แต่การที่บริษัทต้องแบกหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับเศรษฐกิจที่ผันผวนและการตัดสินใจขายเส้นทางบินระหว่างประเทศที่มีกำไรบางที่สุดบางเส้นทางให้กับคู่แข่งที่เป็นสาเหตุให้บริษัทต้องโบกมือลาธุรกิจการบินไปในที่สุด

ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญในวงการการบินและบริหารจัดการวิกฤต ก็ชี้ว่าอนาคตของสายการบินแห่งชาติมาเลเซียขึ้นอยู่กับว่าจะฝ่าฟันวิกฤตยอดผู้โดยสารที่ลดฮวบฮาบได้อย่างไร เพราะวิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นในฤดูท่องเที่ยว ซึ่งเหตุการณ์ร้าย 2 ครั้งที่ผ่านมาน่าจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้โดยสารมากพอสมควร

นอกจากทำให้คนที่จะมาเป็นลูกค้าลังเลใจที่จะใช้บริการแล้ว ตอนนี้สายการบินยังจะต้องแบกรับภาระเงินชดเชยอีกมหาศาลสำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกต่างหาก ซึ่งเบื้องต้นจะต้องจ่ายเงินชดเชยสูงสุดประมาณ 1.7 แสนเหรียญสหรัฐ/คน ไม่ว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ใครจะเป็นคนผิดก็ตาม

ดังนั้นเหตุร้ายล่าสุดน่าจะทำให้ฐานะทางการเงินของมาเลเซียแอร์ไลน์ส ย่ำแย่ลงอีก สุดท้ายแล้วคนในวงการคาดการณ์กันว่า รัฐบาลมาเลเซียจะต้องเข้ามาอุ้มสายการบินหากสถานการณ์เลวร้ายมากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีกระแสข่าวว่ากำลังมีการพิจารณาแผนแปรรูปสายการบินอยู่เช่นกัน

นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่าวิธีพลิกวิกฤตของมาเลเซียแอร์ไลน์ส ที่ดีที่สุดอาจเป็นการปล่อยให้ล้มก่อนที่จะเริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นมาตรการที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจในระยะยาวเหมือนกับที่สายการบินยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น เจแปน แอร์ไลน์ส ที่ยอมเจ็บเพื่อปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อกลับมาบินปร๋อด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท