posttoday
ภาคธุรกิจหวั่นเจอ‘สึนามิ’

ภาคธุรกิจหวั่นเจอ‘สึนามิ’

22 กรกฎาคม 2557

ไม่เห็นสัญญาณฟื้นทั้งกำลังซื้อส่งออกครึ่งปีหลังอาการหนักอยู่ได้อีก3เดือน

ไม่เห็นสัญญาณฟื้นทั้งกำลังซื้อส่งออกครึ่งปีหลังอาการหนักอยู่ได้อีก3เดือน

คลัสเตอร์การค้าไทยหวั่นสึนามิเศรษฐกิจซัดเอสเอ็มอีครึ่งปีหลัง กระตุ้น คสช.เร่งอัดฉีดเงินเข้าระบบ

ชี้กำลังซื้อในประเทศเริ่มฟื้นคืนแค่10% แนะจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีเสร็จก่อนเปิดอาเซียน

นายสมเกียรติ ผู้มีชัยวงศ์ ประธานชมรมคลัสเตอร์การค้าไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนจากนี้ หรือภายในสิ้นปี 2557 คาดกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจลูกใหม่จาก 4 ปัจจัยหลัก คือ 1.กำลังซื้อในประเทศไม่ฟื้นตัว 2.การลงทุนใหม่ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ 3.การลงทุนโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ยังไม่เห็นภาพชัดเจน และ 4.การส่งออกยังไม่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ แม้จะมี คสช.เข้ามาบริหารกิจการภายในประเทศ พร้อมเร่งแผนฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็พบว่ากำลังซื้อภายในประเทศฟื้นคืนกลับมาเพียง 10% เท่านั้น ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจยังไม่เพียงพอ ซึ่งจะต้องมีกำลังซื้อฟื้นขึ้นมา 50% ถึงจะครอบคลุมการฟื้นตัวเศรษฐกิจทั้งประเทศ ขณะที่ภาคการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ของบีโอไอเพิ่งเริ่มดำเนินการ

นอกจากนี้ ในส่วนของภาครัฐก็เพิ่งเริ่มปัดฝุ่นใหม่โครงการต่างๆ ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้น และยังไม่มีแผนทำงานเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงในภาคการส่งออก ที่แม้ว่าจะมีหลายสัญญาณบวก แต่จากการสอบถามผู้ประกอบการหลายราย ระบุว่า คู่ค้าต่างประเทศเพิ่งเริ่มฟื้นความเชื่อมั่นและอยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) จากต่างชาติเพื่อผลิตและส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูกาลขายในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า

“ในขณะนี้ยังไม่มีเม็ดเงินจริงที่ใส่เข้าไปในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งน่ากลัวว่าในครึ่งหลังของปีนี้ไทยอาจจะเจอกับสึนามิเศรษฐกิจลูกใหม่ คสช. จึงต้องเร่งอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบ ซึ่งจำนวนเงินที่จะใส่เข้าไปนั้นจะสัมพันธ์กับเป้าหมายจีดีพีของประเทศ ซึ่งหากตั้งไว้ที่ 22.5% จะต้องอัดฉีดเงินเข้าระบบไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท หรือหากตั้งเป้าจีดีพีไว้ที่ 3% จะต้องใส่เม็ดเงินกว่า 5 แสนล้านบาท เป็นต้น” นายสมเกียรติ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเอสเอ็มอีไทยด้วย ปัญหาหลักในปัจจุบันคือขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เป็นรายเล็ก หรือไมโครเอสเอ็มอีที่มีอยู่ราว 2.7 ล้านราย จะมีกระแสเงินสดหมุนเวียนกิจการได้ไม่เกิน 3 เดือนนับจากนี้หรือ ราว 75 วันเท่านั้น จากปัจจุบันมีจำนวนเอสเอ็มอีทั้งสิ้นทุกขนาดอยู่ที่ประมาณ 2.8 ล้านราย

พร้อมควรเร่งผลักดันสภาเอสเอ็มอีให้เกิดขึ้นก่อนเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน(เออีซี)ในปี2558 เพื่อให้องค์กรดังกล่าวเป็นผู้ดูแลและสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำปลายน้ำ ที่แม้ว่าปัจจุบันจะมีหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนเข้ามาดูแล แต่ก็ยังขาดความเข้าใจเอสเอ็มอีที่แท้จริง ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานสภาเอสเอ็มอีขึ้นมาเพื่อร่างกฎระเบียบหลักการต่างๆก่อนนำเสนอไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นลำดับต่อไป จากปัจจุบันมีสภาเอสเอ็มอีแล้วใน 40 ประเทศทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท