
M กำลังจะฟื้นตัวอย่างน่าประทับใจ
ผลประกอบการของ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) ชะงักไปในปี 2556 จากการบริโภคที่อ่อนแอ ขณะที่ในไตรมาสแรกก็ยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก แต่เราเชื่อว่า M ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสแรกและเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป กลยุทธ์การลดการพึ่งพาแรงงานคนและนำเทคโนโลยีมาใช้แทน (ลูกค้าสั่งอาหารได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันทำไปแล้วราว 10 สาขา) จะทำให้บริษัทอยู่รอดได้ในระยะยาว เพราะแรงงานจะเป็นสิ่งหายากและแพงมากในอนาคต นอกเหนือไปจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ของเราคาดว่ากำไรของ M จะขยายตัวเฉลี่ย 18% ต่อปีในอีก 3 ปีข้างหน้า เทียบเท่ากับ Chain Restaurant ชั้นนำในระดับโลก ซึ่งบริษัทดังกล่าวมักซื้อขายที่ PE to Growth 1.4 เท่า หากใช้อัตราดังกล่าวกับ M มูลค่าที่เหมาะสมสำหรับพื้นฐานในปีหน้าจะเท่ากับ 78 บาท เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าลงทุน
ผลประกอบการของ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) ชะงักไปในปี 2556 จากการบริโภคที่อ่อนแอ ขณะที่ในไตรมาสแรกก็ยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก แต่เราเชื่อว่า M ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสแรกและเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป กลยุทธ์การลดการพึ่งพาแรงงานคนและนำเทคโนโลยีมาใช้แทน (ลูกค้าสั่งอาหารได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันทำไปแล้วราว 10 สาขา) จะทำให้บริษัทอยู่รอดได้ในระยะยาว เพราะแรงงานจะเป็นสิ่งหายากและแพงมากในอนาคต นอกเหนือไปจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ของเราคาดว่ากำไรของ M จะขยายตัวเฉลี่ย 18% ต่อปีในอีก 3 ปีข้างหน้า เทียบเท่ากับ Chain Restaurant ชั้นนำในระดับโลก ซึ่งบริษัทดังกล่าวมักซื้อขายที่ PE to Growth 1.4 เท่า หากใช้อัตราดังกล่าวกับ M มูลค่าที่เหมาะสมสำหรับพื้นฐานในปีหน้าจะเท่ากับ 78 บาท เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าลงทุน
คาดกำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 2H14 และดีต่อเนื่องไปในปีหน้า
เราคาดกำไรสุทธิงวดไตรมาสที่ 2 (2Q14) อยู่ที่ 567 ล้านบาท (เพิ่ม 21% QQ และ 18% YY) เป็นการฟื้นตัวดีขึ้น ภายหลังสถานการณ์การเมืองคลี่คลายและหนุนการบริโภคให้ฟื้นตัวอีกครั้ง โดยคาดยอดขายของสาขาเดิมปรับตัวดีขึ้นเป็น 6% YY (1Q14 ติดลบ 9% YY) แต่ยังเป็นการติดลบเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ประกอบกับเปิดสาขาใหม่อีก 10 แห่ง แบ่งเป็น 6 MK, 3 Yayoi และ 1 Miyazaki รวมกับที่เปิดไปแล้ว 13 แห่งใน 1Q14 จะทำให้ครึ่งปีแรกมีจำนวนสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 23 แห่ง (คิดเป็น 36% ของเป้าหมายสาขาใหม่ทั้งปีนี้ที่ 64 แห่ง)
หากกำไรสุทธิ 2Q14 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิในครึ่งปีแรก 1,035 ล้านบาท (+7% YY) คิดเป็น 45% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไรสุทธิน่าจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากปัจจัยหนุนจากการบริโภคที่ฟื้นตัวแล้ว บริษัทยังมีแผนเดินหน้าขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องอีกราว 41 แห่งในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2557 เติบโต 12% เป็น 2,286 ล้านบาท และคาดกำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2558 ราว 18.7% ด้วยสมมติฐานขยายสาขาราว 5060 แห่งต่อปี และมีแผนเปิดสาขารูปแบบใหม่ Stand Alone (ย่านพัฒนาการ) ราว 1Q15 นอกจากนี้ คาดว่าน่าจะเห็นภาระค่าใช้จ่ายปรับลดลงจากแผนการอาศัยเทคโนโลยีการสั่งอาหารด้วยตนเอง (Selfordering System) เพื่อลดการใช้แรงงานคน ซึ่งปัจจุบันค่าใช้จ่ายแรงงานคิดเป็นสัดส่วน 25% ของรายได้รวม ถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของบริษัทรองจากต้นทุนวัตถุดิบ (สัดส่วน 30% ของรายได้รวม) ปัจจุบันมีการเริ่มใช้เทคโนโลยีดังกล่าวนำร่องไปแล้วราว 10 สาขา
เปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าหุ้น อิง PEG ของ Chain Restaurant ระดับโลกที่ 1.4 เท่า
แม้ผลการดำเนินงานของ M จะชะงักไปในปี 2556 จากการบริโภคที่อ่อนตัวตามความเชื่อมั่นที่หดตัวจากปัญหาการเมืองและจากนโยบายประชานิยมที่เร่งการใช้จ่ายไปในช่วงก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับบริษัทเอกชนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่หากพิจารณาผลการดำเนินงานในอดีตช่วงปี 25532555 บริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิโดดเด่นถึง 27.5% ต่อปี และคาดจะกลับมาฟื้นตัวในปีหน้า โดยคาดอัตรากำไรสุทธิในปี 2558-2560 จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 18% รวมถึงมีแผนซื้อกิจการเพื่อต่อยอดในธุรกิจเดิมลักษณะ Chain Restaurant ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาธุรกิจทั้งในและต่างประเทศในเชิงระมัดระวังอย่างมาก เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่ต่ำสุด
ขณะที่ฐานะทางการเงินน่าประทับใจสุดในกลุ่มอาหารของไทย โดยบริษัทมี D/E Ratio สิ้น 1Q14 เท่ากับ 0.15 เท่า และไม่มีภาระหนี้ที่ก่อให้เกิดภาระดอกเบี้ยจ่ายเลย และปัจจุบันมีเงินสด (รวมเงินลงทุน) ในมือสูงถึง 9,300 ล้านบาท (คิดเป็น 10.3 บาท/หุ้น) โดยหากเทียบเคียงมูลค่าหุ้นกับ Chain Restaurant ชั้นนำของโลกที่มีอัตราการเติบโตของกำไรใกล้เคียงกับบริษัท พบว่าเทรดกันที่ PEG เฉลี่ยราว 1.4 เท่า
ดังนั้น ด้วยบริษัทซึ่งถือได้ว่ามีอัตราการเติบโตของกำไรและฐานะทางการเงินแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับบริษัทในระดับโลก
เราจึงประเมินมูลค่าหุ้นโดยอิง PEG 1.4 เท่า และปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2015 เท่ากับ 78 บาท คิดเป็น Implied PE ที่ 26 เท่า ถือว่าไม่แพงซึ่งเทรดใกล้เคียงกับ PE เฉลี่ยของกลุ่มอาหารระดับโลกและกลุ่มอาหารของไทยที่ราว 25.7 เท่า และ 25 เท่า ตามลำดับ และคาดจ่ายปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกหุ้นละ 0.70 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1%







